3 แนวปฎิบัติเพื่อเป็นหัวหน้าที่ดีที่ลูกน้องรัก

“Was it you or I who stumbled first? It does not matter. The one of us who finds the strength to get up first, must help the other.” ~ Vera Nazarian, photo belongs to lynnefeatherstone

การเป็นหัวหน้าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องดูแลทั้งเนื้องานและตัวลูกน้องไปในเวลาเดียวกัน และยังต้องรับความกดดันและความคาดหวังจากฝ่ายบริหาร ดังนั้นหัวหน้าควรมีทั้งความรู้ความสามารถในตัวเนื้องานเป็นอย่างดี และจะต้องมีคุณธรรมเมตตาจิตเพื่อจะได้ผลักดันลูกน้องให้ก้าวไปตามแผนการที่วางไว้ นำพาบริษัทไปเคลื่อนไปสู่จุดหมายได้

และด้วยเหตุนี้หลักการ 3 อย่างจึงเหมาะจะเป็นแนวทางให้หัวหน้าหน้าใหม่ได้ลองนำไปปรับใช้

มองความสามารถลูกน้องให้ออก

chess

“put the right man to the right job”

การวางหมากให้ตรงตำแหน่งคือหน้าที่สำคัญของหัวหน้า หลังตั้งเป้าหมายและวางแผนแล้ว เราต้องเลือกผู้ปฎิบัติงานให้เหมาะสม ดังคำว่า “put the right man to the right job” มองให้ออกว่าพนักงานแต่ละคนมีความสามารถโดดเด่นด้านไหนบ้าง แล้วจัดงานให้ตรงความสามารถของคนนั้นๆ เพราะต่อให้เป้าหมายยากแค่ไหน หากพนักงานมีศักยภาพสูงพอ งานก็จะบรรลุผลเร็วขึ้นและออกมาดีด้วยเช่นกัน

ในทางกลับกัน หากบริษัทมีพนักงานที่ความสามารถไม่สูงพอหรือเป็นจุดอ่อนของทีม ก็อย่าได้กดดันพวกเขาด้วยการปลดออกจากทีม เราต้องทำความเข้าใจพนักงานคนนั้นเสียก่อน พิจารณาความสามารถของเขาอย่างละเอียด เพราะเขาอาจมีความสามารถพิเศษด้านอื่นๆ อยู่ก็เป็นได้ ลองให้โอกาสพวกเขาได้พัฒนาตนเอง ควรพูดคุยหรือให้คำปรึกษา หรือสอนทักษะด้านที่เราคิดว่าจะเป็นเพิ่มเติมให้ หรืออาจสนับสนุนให้ไปฝึกอบรมเพิ่มความสามารถนอกองค์กรก็ได้ เขาอาจนำความรู้หรือสิ่งใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาปรับปรุงองค์กรก็เป็นได้ ไม่มีใครแย่ไปหมดทุกเรื่องหรอก อยู่ที่ว่าจะมีโอกาสพัฒนาหรือไม่ก็เท่านั้น การช่วยเหลือลูกน้องอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับเรา แต่การที่หัวหน้าเอาใจใส่และดูแลให้เกิดการเรียนรู้พัฒนาตัวเองจะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับลูกน้อง และสำหรับองค์กรในการจะก้าวไปข้างหน้า

ช่วยลูกน้องจัดการทุกปัญหาทันที อย่าทิ้งคาราคาซัง

ใช้อำนาจที่มีจัดการให้เสร็จ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องการทุกปัญหาเอง

งานทุกอย่างมักมีปัญหาที่จุดใดจุดหนึ่งเสมอ หากเกิดปัญหาขึ้นแล้วสิ่งที่ควรทำคือลงมือจัดการทันที อย่ารีรอ อย่าเตะถ่วง อย่าคิดว่ารอไปก่อน การละเลยปัญหาเล็กๆ อาจทำให้ลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ เหมือนคำไทยที่ว่า “น้ำผึ้งหยดเดียว” ดังนั้นควรลงไปดูสถานการณ์ทันทีที่ปัญหาเกิดขึ้น อย่าปล่อยให้ลูกน้องจัดการกันเองโดยไม่ดูแล โดยเฉพาะปัญหาที่เป็นเรื่องเกินอำนาจของลูกน้อง เพราะจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าจะเป็นเรื่องดี ใช้อำนาจที่มีจัดการให้เสร็จ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องการทุกปัญหาเอง หากปัญหาใดที่เรามองว่าลูกน้องจัดการได้ ก็สั่งการแล้วให้ลูกน้องจัดการต่อ หรือปล่อยให้ลูกน้องแก้เองโดยที่เรามองดูอยู่ห่างๆ ประเด็นสำคัญอยู่ที่เวลาในการจัดการเสียมากกว่า การทิ้งเวลาไว้นานเกินไป อาจทำให้แก้ปัญหาได้ยากขึ้นหรืออาจแก้ไม่ได้เลยก็เป็นได้

นอกจากนี้การปล่อยเวลาผ่านไปโดยไม่ได้แก้ปัญหาให้เสร็จยังเป็นการปั่นทอนกำลังใจและลดความกระตือรือร้นในการปฎิบัติงานของลูกน้องอีกด้วย ด้วยว่าลูกน้องอาจรู้สึกว่าปัญหาของตนไม่สำคัญมากพอให้หัวหน้าสนใจ เกิดความไม่มั่นใจในการทำงานและการตัดสินใจ เมื่อพนักงานขาดกำลังใจ ประสิทธิภาพงานอาจลดลงตามไปด้วย แต่หากเรารีบแก้ปัญหาทันทีทันใด นอกจากจะเพิ่มความกระตือรือร้นให้ลูกน้องแล้ว ยังเป็นการบอกเป็นนัยถึงความสำคัญของเรื่องนั้นๆ อีกด้วย ที่สำคัญจะลดเวลาในการก้าวไปยังจุดหมายปลายทางและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้อีกด้วย

หนุนหลังและดูแลลูกน้อง

การเป็นหัวหน้าไม่ใช่การให้คนอื่นมาทำงานให้เรา แต่เป็นเราที่ต้องทำงานให้คนอื่นต่างหาก และงานของหัวหน้าก็คือดูแลลูกน้องใต้บังคับบัญชา

ลองมองในมุมนี้: การเป็นหัวหน้าไม่ใช่การให้คนอื่นมาทำงานให้เรา แต่เป็นเราที่ต้องทำงานให้คนอื่นต่างหาก และงานของหัวหน้าก็คือดูแลลูกน้องใต้บังคับบัญชา เราควรเป็นกองหลังคอยสนับสนุนลูกน้องทุกอย่างตามตำแหน่งและอำนาจที่เรามี ไม่ว่าปัญหานั้นจะเกิดในหรือนอกองค์กร หัวหน้าควรช่วยแก้ปัญหาและปกป้องลูกน้องของตน อย่าปล่อยให้พวกเขาต้องออกไปฟาดฟันกับเหล่าลูกค้าหรือบริษัทอื่นๆ ภายนอกเพียงลำพัง และอย่าปล่อยให้พวกเขาต้องต่อสู้กับปัญหาภายในดัวยพลังอำนาจอันน้อยนิดอย่างโดดเดี่ยว อยู่เคียงข้างให้พวกเขามั่นใจว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หัวหน้าก็จะยังหนุนหลังพวกเขาอยู่เสมอ และไม่ควรสั่งงานลูกน้องในสิ่งที่แม้แต่เราไม่อยากทำ ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา งานที่เราไม่เคยคิดอยากทำ ลูกน้องก็อาจไม่อยากทำด้วยเช่นกัน ถ้าหากงานดังกล่าวเป็นงานไม่จำเป็นมากก็อาจตัดทิ้งได้ หรือหากเป็นงานสำคัญอาจลองพิจารณาใช้ outsource ทำงานแทน หรืออาจปรับกระบวนการทำงานบางอย่างให้ดีขึ้นแทน

team support

นอกจากดูแลด้านการทำงานต่างๆ แล้ว เราควรดูแลด้านจิตใจของลูกน้องด้วย การให้ความสำคัญกับลูกน้องถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจได้เช่นกัน เปิดโอกาสให้พวกเขาได้คุยกับเราบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม หากเราทำตัวให้เข้าถึงได้ง่าย ลูกน้องก็จะไว้ใจและเคารพ ลองเปิดประตูห้องทำงานดูบ้าง ให้พวกเขาได้เดินเข้ามาขอคำปรึกษาและคำแนะนำทุกเวลาที่ต้องการ และใช้ความเป็นหัวหน้าของคุณสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้พวกเขา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจหรือความกระตือรือร้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นการดูแลทางจิตใจที่มนุษย์ทั้งหลายต่างก็ต้องการ และหัวหน้าพึงกระทำด้วยเช่นกัน เพราะการทำงานไม่ได้แค่ใช้แรงกาย หากยังต้องใช้แรงใจเป็นสิ่งสำคัญ

• • •

บางครั้งลูกน้องก็แค่ต้องการความเข้าใจและการเอาใส่ใจ หัวหน้าที่ดีจึงไม่ควรละเลยหรือมองข้ามลูกน้องของตน บริษัทไม่ได้เติบโตจากเราเพียงคนเดียว และเราก็ไม่ได้เติบโตจากตัวเราเพียงคนเดียว หากมองให้ดีจะเห็นว่าเราล้วนเติบโตจากสิ่งเล็กน้อยที่อยู่เบื้องหลัง ลองหันกลับไปดูแล้วให้ความสำคัญกับพวกเขา สร้างกำลังใจและความมั่นใจว่าพวกเขายังสำคัญ ให้พวกเขาพร้อมต่อสู้และก้าวไปพร้อมกันสู่จุดหมายหลักขององค์กร

 

Photos belong to D Services and andromeda8236

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์