ธุรกิจเราต้องจดทะเบียนการค้าหรือไม่ และจดอย่างไร

Photo belongs to Horia Varian

มีหลายธุรกิจที่เปิดตัวมาโดยที่ไม่รู้ว่าต้องจดทะเบียนการค้าก่อน จนกระทั่งสรรพากรต้องเป็นฝ่ายติดต่อมาหาเราเองถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ดังนั้นในเมื่อเราเริ่มกิจการและมุ่งหวังให้ธุรกิจของเรายั่งยืนในระยะยาวแล้ว จะให้ดีก็ควรรู้ข้อกฏหมายควบคู่ไปด้วยเพื่อไม่ให้เสียค่าปรับ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยไม่จำเป็น ซึ่งในสิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกของการเริ่มต้นทำธุรกิจนั้น คือหาข้อมูลเรื่องการจดทะเบียนพาณิชย์ดังนี้

ทำไมต้องจดทะเบียนการค้า?

  • ประโยชน์ของเรา
การจดทะเบียนพาณิชย์นั้นคือหลักฐานทางการค้า ที่จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าของเรา

การจดทะเบียนพาณิชย์นั้นคือหลักฐานทางการค้า ที่จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าของเรา ทำให้ลูกค้าของเรานั้นสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าและการบริการของเราจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับร้านค้าออนไลน์ หรือร้านค้าที่มีการส่งของมาให้จากต่างจังหวัด ซึ่งลูกค้าอาจไม่มีโอกาสได้พบหน้าเจ้าของร้านเลย แต่ถ้าพวกเขารับรู้ว่าร้านของเรามีการจดทะเบียนพาณิชย์แล้วก็จะสร้างความน่าเขื่อถือได้มากขึ้น รวมถึงการจดทะเบียนพาณชย์นั้นยังช่วยให้เราสามารถใช้ประกอบใบ Statement ในการขอกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือหาเงินทุนต่างๆ ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

  • ประโยชน์ของประเทศ
รัฐบาลสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปจัดทำสถิติของธุรกิจแต่ละประเภท ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรควบคุมและส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมประเภทไหนจึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด

การจดทะเบียนพาณิชย์นั้นยังสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศได้จากการที่รัฐบาลสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปจัดทำสถิติของธุรกิจแต่ละประเภทว่ามีจำนวนเท่าไร มีทำเลตั้งอยู่ที่ไหนเป็นส่วนใหญ่ เจ้าของหรือหุ้นส่วนเป็นคนสัญชาติอะไร มีทุนเท่าไร ซึ่งการจัดระเบียบข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เกิดความสะดวกในการติดต่อค้าขาย อีกทั้งยังช่วยให้รัฐบาลตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรควบคุมและส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจหรืออุตสาหกรรมประเภทไหนมากกว่า ถึงจะเกิดผลประโยชน์สูงสุดกับคนในประเทศ รวมถึงยังเป็นการช่วยลดงบประมาณทั้งด้านการเงินและเวลาในการจัดทำแบบสำรวจที่จะต้องรวบรวมข้อมูลใหม่ๆ อยู่เสมอ

ซึ่งข้อมูลที่ได้เหล่านี้นอกจากจะเป็นผลประโยชน์สำหรับรัฐบาลแล้ว ยังสามารถใช้เป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีในการตรวจดูรายละเอียดข้อมูลทางการค้าต่างๆ เพื่อดูแนวโน้มของธุรกิจว่าในขณะนี้ ธุรกิจใดที่กำลังเป็นที่นิยม และตั้งอยู่ที่ไหนกันเยอะ เพื่อให้คนทั่วไปได้นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายขึ้น

ธุรกิจเราเข้าข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์หรือไม่?

"ถ้าหากเป็นธุรกิจประเภทบริการอย่างเดียวจะไม่สามารถจดทะเบียนเป็นร้านค้าได้ ยกเว้นธุรกิจขายสินค้าที่มีบริการพ่วงมาด้วย"

ถ้าอยากรู้ว่าเราต้องจดทะเบียนร้านค้าหรือไม่นั้น สามารถดูได้จากรูปแบบธุรกิจของเราเองก่อนว่าเป็นรูปแบบของธุรกิจการขายสินค้า หรือเป็นธุรกิจการบริการ ซึ่งถ้าหากเป็นธุรกิจประเภทบริการอย่างเดียวแล้ว ทางรัฐจะไม่อนุญาตให้เราจดทะเบียนเป็นร้านค้าได้ แต่จะอนุญาตถ้าหากเป็นธุรกิจการขายสินค้าที่มีการบริการเข้ามาพ่วงด้วย ซึ่งถ้าเราตั้งใจจะทำธุรกิจประเภทขายสินค้าอยู่แล้ว ก็สามารถเตรียมบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน จากนั้นโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจดทะเบียนในเขตที่เราอาศัยอยู่ได้ด้วยตัวเอง

 

ธุรกิจที่ต้องจดทะเบียน

ตามกฏหมายแล้ว ผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบบุคคลธรรมดา หรือแบบนิติบุคคล (ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน, บริษัทจำกัด) ถ้ามีประเภท หรือรายละเอียดการทำธุรกิจตรงตามรูปแบบด้านล่างนี้ จำเป็นต้องจดทะเบียนพาณิชย์

  1. การขาย หรือให้เช่า แผ่นซีดี แถบบันทึก วีดิทัศน์ แผ่นวีดิทัศน์ ดีวีดี หรือแผ่นวีดิทัศน์ระบบดิจิทัล เฉพาะที่เกี่ยวกับการบันเทิง
  2. การขายอัญมณี หรือเครื่องประดับซึ่งประดับด้วยอัญมณี
  3. การซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  4. การบริการอินเทอร์เน็ต
  5. การให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
  6. การบริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
  7. การผลิต รับจ้างผลิต แผ่นซีดี แถบบันทึก วีดิทัศน์ แผ่นวีดิทัศน์ ดีวีดี หรือแผ่นวีดิทัศน์ ระบบดิจิทัล เฉพาะที่เกี่ยวกับการบันเทิง
  8. การให้บริการเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้อินเทอร์เน็ต
  9. การให้บริการฟังเพลง และร้องเพลงโดยคาราโอเกะ
  10. การให้บริการเครื่องเล่มเกมส์
  11. การให้บริการตู้เพลง
  12. โรงงานแปรสภาพ แกะสลัก และการทำหัตถกรรมจากงาช้าง การค้าปลีก การค้าส่งงาช้างและผลิตภัณฑ์จากงาช้าง
ธุรกิจการบริการนอกเหนือจากประเภทที่ว่า สามารถตั้งชื่อที่ต้องการ และเริ่มต้นดำเนินการธุรกิจได้เลย

แต่ในกรณืที่เป็นธุรกิจการบริการนอกเหนือจากประเภทที่ว่านั้น เราก็สามารถตั้งชื่อที่เราต้องการ และเริ่มต้นดำเนินการธุรกิจได้เลย ซึ่งเมื่อครบหนึ่งปี ก็ให้ยื่นแบบเพื่อเสียภาษีให้กับสรรพากร ส่วนในปีต่อไป ก็ต้องยื่นภาษี 2 ครั้งต่อปีตามปกติ (ภงด.94 ภาษีครึ่งปี, ภงด. 90 ภาษีทั้งปี) โดยลักษณะของภาษีก็จะมีให้เลือกทั้งแบบตามปกติ และแบบเหมาจ่ายซึ่งก็ควรดูตามความเหมาะสมของประเภทธุรกิจว่าแบบใดจะเสียน้อยกว่า

จดทะเบียนการค้าได้ที่ไหน

  • ในกรณีที่อยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ให้ไปจดทะเบียนได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และสำนักงานเขตทุกแห่งในเขตที่เราจะทำการค้า ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 02-224-1916, 02-225-1945 หรือสามารถดูรายละเอียดของสำนักงานเขตทุกแห่งได้ที่เว็บไซต์  www.bangkok.go.th/fiic
  • ในกรณีที่ไม่อยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร สามารถจดทะเบียนได้ที่เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งจะรับจดทะเบียนพาณิชย์ของผู้ประกอบการตามท้องที่ในจังหวัดนั้นๆ ถ้าหากต้องสอบถามข้อมูลเพื่มเติมได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ที่เบอร์ 02-547-4446-7

ข้อกำหนดและระยะเวลาในการจดทะเบียน

  • การจดทะเบียนพาณิชย์ตั้งใหม่ ต้องมีการจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ เสียค่าธรรมเนียม 50 บาท
  • หากมีการเปลี่ยนแปลงรายการที่เคยจดทะเบียนไว้ก็ต้องทำการจดทะเบียนใหม่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลง เสียค่าธรรมเนียมครั้งละ 20 บาท
  • หากมีการยกเลิกกิจการ ต้องทำการยกเลิกการจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับตั้งแต่เลิกกิจการ เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท
  • หากทำใบจดทะเบียนพาณิชย์หายต้องทำยื่นขอใบทดแทนภายใน 30 วัน เสียค่าธรรมเนียมฉบับละ 30 บาท

ข้อกฏหมายที่ควรรู้เกี่ยวกับการจดทะเบียน

  • การทำกิจการที่มีคุณสมบัติต้องจดทะเบียน แต่ไม่ได้จด แสดงรายการไม่ตรงตามความเป็นจริง หรือไม่ยอมให้หนักงาน เข้าไปตรวจสอบในสำนักงาน จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

    การทำกิจการที่มีคุณสมบัติต้องจดทะเบียน แต่ไม่ได้จด แสดงรายการไม่ตรงตามความเป็นจริง หรือไม่ยอมให้หนักงาน เข้าไปตรวจสอบในสำนักงาน จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และถ้ายังฝ่าฝืนต่อเนื่องไปอีก จะมีโทษปรับวันละไม่เกิน 100 บาท จนกว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว

  • ถ้าใบทะเบียนพาณิชย์สุญหายแต่ไม่ยื่นขอใบรับรองแทน หรือไม่แสดงใบพาณิชย์ไว้ที่สำนักงานในตำแหน่งที่เห็นได้ง่าย ก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 200 บาท และถ้ายังฝ่าฝืนต่อเนื่องก็จะมีการปรับไม่เกินวันละ 20 บาท จนกว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว
  • ผู้ประกอบการที่ถูกจับได้ว่าทำการฉ้อโกงโดยการปลอมแปลงสินค้า หรือกระทำความผิดอื่นๆ ที่ร้ายแรงในการประกอบกิจการ ก็จะได้รับโทษถอนใบทะเบียนพาณิชย์ และต้องยกเลิกกิจการ จนกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะสั่งให้รับจดทะเบียนได้ใหม่ ถ้าผู้ประกอบการถูกสั่งถอนใบจดทะเบียนไปแล้ว ยังฝ่าฝืนทำธุรกิจต่อไป จะได้รับโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

• • •

ถึงแม้ว่าการจดทะเบียนพาณิชย์นั้นจะเป็นข้อกฏหมายบังคับที่ทำให้เราต้องจดทะเบียน แต่ด้วยอัตราค่าธรรมเนียมที่ก็ไม่ได้มากมาย ขั้นตอนการจดที่ง่ายดายขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก และยังได้รับความน่าเชื่อถือเป็นการตอบแทน รวมถึงยังเป็นการสร้างคุณประโยชน์ให้กับทางประเทศได้ด้วย ก็นับว่าเป็นกระบวนการอีกอย่างในการทำธุรกิจที่นักธุรกิจเริ่มต้นทุกคนก็ควรจะปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัดเสียตั้งแต่เริ่มแรกจะดีกว่า

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์