Business Model Canvas: ปัญหาของช่างภาพอิสระหน้าใหม่

If you do what you love, you'll never work a day in your life. ~ Marc Anthony, ติดตามผลงานปอนได้ที่ pondmoltress

ชอบสิ่งที่ทำ แล้วนำมาเป็นธุรกิจ

ปอนเริ่มจากการเป็นคนชอบถ่ายภาพเพื่อนๆ ครอบครัว และสถานที่ต่างๆ เวลาไปเที่ยวเขาก็จะไม่พลาดที่จะหยิบกล้องออกมาบันทึกภาพความทรงจำดีๆ เหล่านั้นเก็บไว้ จนวันหนึ่งก็มีรุ่นพี่มาจ้างให้ไปถ่ายภาพวันรับปริญญา

งานแรกปอนได้ไปถ่ายภาพถึงมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ความรู้สึกในตอนนั้นคือปอนตื่นเต้นมาก เพราะเป็นงานแรกของเขาและงานรับปริญญาถือได้ว่าเป็นงานสำคัญในชีวิตของรุ่นพี่คนนั้น

bmc photographer

หลังจากวันนั้นปอนก็เริ่มคิดที่จะเข้ามาเป็น “ช่างภาพอิสระ” แต่การเริ่มต้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เนื่องจากมีช่างภาพที่มีฝีมือมากมายอยู่ในวงการ อีกทั้งปอนเองก็ไม่มีพอร์ทผลงาน (แฟ้มผลงาน) ไปเสนอลูกค้า งานแรกๆ จึงอาศัยการแนะนำบอกต่อจากเพื่อนๆ หรือรุ่นพี่ที่ไว้ใจให้ปอนไปถ่าย บวกกับช่วงเวลาหนึ่งที่ปอนได้มีโอกาสถ่ายภาพให้กับงานของมหาวิทยาลัย ทำให้มีคนรู้จักมากขึ้น และใช้การแนะนำต่อๆ กันไป

แต่ชีวิตจริงการจะยึดงานนี้เป็นอาชีพจริงจังก็ไม่ใช่เรื่องง่ายดายเสียทีเดียว ที่จริงนั้นปอนอยากรับถ่ายภาพงานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นงานอีเวนต์ งานรับปริญญา งานแต่งงาน หรือแม้ภาพ Pre-Wedding เพราะแม้การลงทุนในอาชีพนี้ (เช่น ค่าอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง เลนส์หลากหลายแบบ ขาตั้งกล้อง แฟลช รีเฟล็ก (Reflector) เครื่องวัดแสง หรืออื่นๆ) จะค่อนข้างสูงและหลายครั้งต้องลงทุนกันเป็นหลักแสน แต่ปอนก็มีอุปกรณ์ครบครันในระดับหนึ่งแล้ว แต่อีกปัญหาหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ ไม่ใช่ปอนที่มีอุปกรณ์อยู่คนเดียว ตลาดช่างภาพอิสระในปัจจุบันนั้นก็มีจำนวนมากพอจะทำให้ในตลาดเกิดการตัดราคากันเอง เมื่อต้องลงทุนกันเยอะ แต่พอเจอคนมาตัดราคา สิ่งที่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับเขาอาจเป็นการหาจุดแตกต่างก็น่าจะเป็นการบริการที่ดีกว่า การพัฒนามุมมองเพื่อสร้างภาพให้ได้แบบที่ลูกค้าจะชื่นชอบ และการเอาใจเข้าไปใส่ในการทำงานให้มากที่สุด เพื่อความประทับใจและการบอกต่อของลูกค้าแทน

bmc photographer

ดูภาพใหญ่ได้ที่นี่ BMC Photographer

จุดแข็งคือ "เป็นนักเล่าเรื่องด้วยภาพ"

value propositions

ข้อดีแรกสุดที่ปอนรู้สึกได้กับตัวเอง คือ ลูกค้าส่วนใหญ่เมื่อได้ลองเรียกใช้บริการของปอนแล้ว พวกเขาจะประทับใจภาพถ่ายที่ได้รับมากเนื่องจากปอนมีสิ่งหนึ่งที่ตากล้องทุกคนพึงจะมี นั่นคือ "ความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราว"

เพราะหัวใจสำคัญของการถ่ายภาพไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงามในการจัดองค์ประกอบภาพเท่านั้น แต่สำหรับช่างภาพที่ดี ภาพเหล่านั้นควรจะสามารถบอกเล่า “เรื่องราวของลูกค้า” ออกมาได้อย่างน่าประทับใจด้วย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่สิบปีเมื่อหยิบภาพใบนั้นขึ้นมาดู เหตุการณ์ต่างๆ จะถูกปลุกจากความทรงจำขึ้นมาแล้วเรียกรอยยิ้มหรือเรื่องราวความประทับใจให้กับผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์นั้นอีกครั้งได้เสมอ คุณค่าของงานถ่ายภาพที่แท้จริงจึงเป็นความรู้สึกหรือเรื่องราวที่รับรู้ได้จากภาพถ่ายใบนั้น ซึ่งนี่คือสิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง และปอนสามารถทำให้ได้อย่างที่ลูกค้าต้องการตลอดมา

เนื่องจากภาพถ่ายที่บอกเรื่องราวไม่ใช่ช่างภาพทุกคนจะทำได้ดีเหมือนกัน ปอนคิดว่านี่คือ จุดแข็งของปอน แต่หากมันเป็นเพียงจุดแข็งของเขาไม่มีใครรับรู้จะมีประโยชน์อะไร?

จุดอ่อนคือ “ไม่มีคนรู้จัก”

channels

เรื่องจริงที่โหดร้ายเรื่องหนึ่งก็คือ หน้าใหม่ในทุกธุรกิจนั้นมักจะ "หาลูกค้าได้ยากมาก" ซึ่งความยากนี้มักเกิดจากการที่ลูกค้าเองก็ไม่รู้จักปอน ยังไม่เชื่อในฝีมือ (ไม่เคยเห็นผลงาน) ของเขา และไม่รู้ด้วยจะเข้าถึงปอนได้อย่างไร เมื่อเรามองจาก Business Model Canvas การแก้ปัญหานี้ด้วยการพยายามตอบคำถามในช่องที่เขียนว่าช่องทาง (Channels) จึงน่าจะช่วยช่างภาพคนนี้ให้แก้ปัญหานี้ได้ดีมากขึ้น จากแต่เดิมที่เคยหาลูกค้าจากคนรู้จักและอาศัยกลยุทธ์การบอกต่อแบบปากต่อปากเท่านั้น

  • ปอนน่าจะลองหาโอกาสประชาสัมพันธ์ตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม อาจเริ่มจากการ การลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ตัวเองตามบอร์ดประกาศข่าวสารตามมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญให้ลูกค้าจะสามารถเข้าถึง (ติดต่อ) เราได้ง่ายขึ้น
  • เพิ่มช่องทางตัวเองด้วยการเอาผลงานขึ้นเครือข่ายสังคมในโลกอินเตอร์เน็ท เวลาที่เราไปถ่ายงานอะไรก็เอามาลงในบล็อก เว็บไซต์ของตัวเองหรืออัลบั้มภาพออนไลน์ของเราไว้ (หรือที่เรียกว่าพอร์ทผลงานนั่นเอง) จากนั้นก็แชร์ให้คนอื่นได้เห็นเยอะๆ พร้อมทั้งบอกรายละเอียดติดต่อไว้ด้วย
  • พยายามเข้าไปเป็นสมาชิกกับทุกที่ (เช่น กลุ่มในสังคมออนไลน์อย่าง Facebook Group หรือ Like Facebook Page ที่เกี่ยวข้องกับสมาคมช่างภาพ) สร้างสังคมช่างภาพด้วยกันเอง งานที่รับจ้างนอกจากจะมาจากคนรู้จักและการบอกต่อแล้ว บางส่วนจะมาจากกลุ่มช่างภาพด้วยกันเอง แน่นอนว่าการเป็นช่างภาพรับจ้างนั้นต้องเปิดเผยข้อมูลจริง เพื่อแสดงความซื่อสัตย์และจริงใจ เป็นใครมาจากไหน ใช้อุปกรณ์อะไร มีผลงานอะไรบ้าง และลูกค้าสามารถติดต่อใช้บริการได้จากที่ไหน เช่น โทรศัพท์หรืออีเมล
  • หรือจะลองแนวลุยๆ หน่อย เราสามารถไปถือป้าย “รับถ่ายภาพ ที่นี่ ราคาไม่แพง” ที่หน้างานรับปริญญาเลยก็ได้เหมือนกัน เพราะอาจจะมีบัณฑิตบางคนที่ยังหาช่างภาพของตัวเองไม่ได้

bmc photographer

จุดแข็งอื่นๆ “ความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า”

customer relationships

ในขณะที่เราพบจุดอ่อนและนำออกไปได้แล้ว เราสามารถเพิ่มจุดแข็งของเราให้มากขึ้นได้อีกด้วย ด้วยการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง การให้ที่มากกว่าภาพถ่าย (Value Provided)

นอกจากภาพถ่ายที่บอกเล่าเรื่องราวได้แล้ว การจะทำให้ธุรกิจแตกต่างจากคนอื่นได้มากขึ้นไปอีกด้วย เช่น

  • การเพิ่มบริการปรับแต่งภาพ สี เป็นแนวอื่นๆ ที่น่าสนใจนอกเหนือไปจากการส่งมอบภาพต้นฉบับให้เพียงอย่างเดียว
  • อาจเสริมบริการอัดภาพให้ฟรี ส่งไปรษณีย์ไปถึงลูกค้า หรือทำวีดีโอรวมภาพเพิ่มเติมให้ลูกค้า (ความจริงคือรวมค่าบริการนี้เหล่านี้ในแพ็คเกจไปแล้ว)
  • แต่สิ่งสำคัญที่ช่างภาพลืมไม่ได้เลย เนื่องจากงานที่เราทำถือเป็นงานบริการอย่างหนึ่ง คนที่เป็นช่างภาพต้องทำตัวให้ได้ใจ (Customer Relationships) การพูดจากับลูกค้าทั้งต่อหน้าและทางโทรศัพท์ สีหน้าท่าทาง การวางตัว การตรงต่อเวลา มีสมาธิ ใส่ใจกับงานตรงหน้า บริการด้วยใจ หรืออื่นๆ ทุกสิ่งล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าที่ว่าจ้างเรานั้นประทับใจ
  • เราอาจเลือกสละเวลาเพื่อไปทำความรู้จักสถานที่ที่จะไปถ่ายภาพ ผ่านแผนที่ ไปสำรวจสถานที่จริงก่อนวันงานจริง (ลองยิงภาพตามมุมต่างๆ) หรือเสิร์ชดูในอินเตอร์เน็ทเพื่อดูงานเก่าๆ ในสถานที่แบบเดียวกัน เพื่อหามุมหรือไอเดียที่จะช่วยเสริมให้เรื่องราวของลูกค้าที่เล่าผ่านภาพนั้นถูกสื่อออกมาได้ดีที่สุด เพราะการแสดงความทุ่มเทใส่ใจลงไปกับงานที่ได้รับมานั้น ลูกค้าที่ไหนก็ได้ใจทั้งนั้น
  • และหากงานมีปัญหาอันเกิดจากความผิดพลาดในการทำงานของเราเอง เช่น หลุดโฟกัส ถ่ายเบลอ เราก็ควรจะยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างจริงใจ บอกลูกค้าไปตามตรง หากสามารถถ่ายภาพให้ใหม่กับลูกค้าในส่วนที่เสียไปได้ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • เมื่องานของเราสวยงามก็ควรจะนำไปโพสต์เพื่อโชว์ผลงานไว้ในเครือข่ายสังคมในอินเตอร์เน็ทบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นปอนควรขออนุญาตลูกค้าเจ้าของงานก่อนเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย และควรเลือกเฉพาะรูปที่ดีที่สุด และดูแตกต่างจากงานอื่นๆ เพียงไม่กี่รูปก็พอเพื่อนำไปลง อีกทางหนึ่งการบอกลูกค้าให้รับทราบก่อนยังอาจทำให้เราได้คำขอบคุณดีๆ ของลูกค้าติดไว้ที่ท้ายแฟ้มผลงานของเราได้อีกด้วย ซึ่งจะยิ่งทำให้ลูกค้าคนอื่นๆ เชื่อมั่นในความสามารถของเราได้ดียิ่งขึ้น

สิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยให้ปอนรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าไว้ได้เสมอๆ แล้ว แน่นอนว่าความประทับใจนี้จะถูกบอกเล่าต่อแบบปากต่อปากได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากขึ้นเลยอีกด้วย

จุดแข็งอื่นๆ “รวมทีมให้พร้อมสรรพ”

key partnersถ้าเป็นงานรับปริญญาหรืองานแต่งงาน โดยมากลูกค้ามักจะต้องถามหาคนกลุ่มเดียวกันซ้ำๆ ไปพร้อมๆ กันอยู่เสมอ หากปอนมีเพื่อนเป็นช่างแต่งหน้าหรือช่างทำผม การรวมทีมกันก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจที่อาจช่วยสร้างคุณค่าที่แตกต่างให้กับตัวเราเองให้กับเราได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งนอกจากประโยชน์ร่วมกันในการรับงานเป็นแพ็คเกจ (ให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย) แล้ว ในเชิงการประสานงานกัน ไอเดียที่หลากหลายเนื่องจากมีมืออาชีพส่วนอื่นๆ ในบางครั้งก็ช่วยให้เราได้งานที่สวยงามและมีมุมมองที่ยกระดับขึ้นไปกว่าเดิมได้ด้วย

ช่างทำผมหรือช่างแต่งหน้าอาจบอกเราได้ว่า ลูกค้าคนนี้มีมุมสวยอยู่ 3 มุมซึ่งเธอเหล่านั้นเซ็ทหน้าและผมไว้ให้อย่างพอดิบพอดีแล้ว ซึ่งหากเรารู้ตัวก่อน (ผ่านการพูดคุย) และเรา

value propositions

สามารถดึงจุดเด่นทั้ง 3 มุมนั้นออกมาได้ในแต่ละภาพ ย่อมทำให้ภาพของเราออกมาดูดีขึ้น และแน่นอนว่าลูกค้าก็จะประทับใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ด้วยบริการที่เพิ่มความสะดวกสบายและเน้นความพอใจของลูกค้าเป็นหลัก ประกอบกับความสามารถที่มีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้เชื่อได้ว่าปอนจะสามารถดึงดูดใจลูกค้าได้มากขึ้นอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ควรเป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้น เพราะหากลูกค้าต้องการเพียงงานถ่ายภาพไม่ต้องการส่วนอื่นเพิ่มเติมก็ไม่ควรยัดเยียด ทั้งนี้ก็เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย

• • •

ในความเป็นจริง ในการพิจารณาจุดแข็งจุดด้อยของแต่ละบุคคลใน Business Model Canvas นั้นยังสามารถดูรายละเอียดในช่องอื่นๆ ได้อีก แต่จากการพิจารณาเบื้องต้นเพียงเท่านี้ ช่างภาพอิสระหน้าใหม่รายนี้ก็จะค้นพบช่องทางและจุดขายใหม่ๆ ในตลาดการรับจ้างถ่ายภาพ รวมทั้งแก้ปัญหาที่มีอยู่เบื้องต้นได้ในระดับหนึ่งแล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริง เพราะคุณเองก็ทำได้เช่นกัน ^^

ท้ายที่สุดแล้วอย่างที่มืออาชีพหลายท่านแนะนำ การเชี่ยวชาญการถ่ายภาพด้านในเพียงด้านหนึ่ง หรือการสร้างแนวทางความเป็นตัวเองขึ้นมาก็เป็นสิ่งสำคัญ เมื่อพัฒนาฝีมือจนเชี่ยวชาญแล้ว เราก็จะก้าวสู่การเป็นช่างภาพมืออาชีพที่มีงานต่อเนื่องและมีสไตล์เฉพาะตัวได้อย่างไม่ยากเย็นเลย

 

ยังมีบทความวิเคราะห์ธุรกิจใกล้ตัวอย่างนี้เรื่อยๆ อย่าลืมติดตามได้ที่ INCquity นะคะ หรือถ้าสนใจอยากให้เราลองช่วยวิเคราะห์ธุรกิจของคุณ ติดต่อมาได้ที่ BMC@incquity.com ค่ะ

ดาวน์โหลดภาพตาราง Business Model Canvas ไปลองวิเคราะห์ธุรกิจของคุณได้ที่เว็บไซต์ Business Model Generation ค่ะ

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์