4 สิ่งที่ผู้ประกอบการสามารถเรียนรู้ได้จากการท่องเที่ยว

สำหรับคนที่คิดว่าการวางแผน และหามุมมองในการทำธุรกิจนั้นทำได้ยากเหลือเกิน ลองคิดซะว่าการทำธุรกิจนั้นเป็นเหมือนการไปท่องเที่ยวสถานที่ที่เราสนใจสักแห่งหนึ่ง เพราะหากเปรียบแล้วการทำธุรกิจก็เหมือนการเดินทางอันยาวไกลไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่เราเรียกว่า ความสำเร็จ ในระหว่างทางเราอาจต้องเจอหลายสิ่งหลายอย่างทั้งเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ และอะไรที่น่าผิดหวังผสมกันไป ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้จะดีหรือไม่ก็อยู่ที่ความสามารถของแต่ละคนว่าสามารถจัดการกับแผนการเดินทาง และสิ่งที่เราจะต้องเผชิญในระหว่างทางได้ดีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งทั้ง 4 หัวข้อนี้คือข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่พร้อมจะออกเดินทางไปสู่เป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

1. เตรียมตัวให้ดีก่อนออกเดินทาง

เปรียบลูกค้าเหมือนอย่างสถานที่ท่องเที่ยว ที่ทุกครั้งเมื่อเราจะต้องไปพบพวกเขาเพื่อพูดคุย หรือตกลงกันทางธุรกิจแล้ว ย่อมต้องมีการเตรียมตัวก่อนอยู่เสมอ

ในทุกๆ ครั้งที่เราเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่เรายังไม่เคยไป หรือเดินทางไปยังต่างประเทศนั้น สิ่งหนึ่งที่ทุกคนจะต้องทำอย่างแน่นอนก็คือการเตรียมตัว และเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางในครั้งนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมแผนที่ เลือกดูสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่เราสนใจ ตรวจสอบสภาพอากาศในช่วงนั้นๆ รวมไปถึงการศึกษาวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆ เพราะถ้าหากเราเดินทางไปโดยไม่ได้เตรียมตัวแล้วการทริปท่องเที่ยวในฝันอาจกลายเป็นหายนะเลยก็ได้

เหมือนอย่างธุรกิจที่เปรียบลูกค้าเหมือนอย่างสถานที่ท่องเที่ยว ที่ทุกครั้งเมื่อเราจะต้องไปพบพวกเขาเพื่อพูดคุย หรือตกลงกันทางธุรกิจแล้ว ย่อมต้องมีการเตรียมตัวก่อนอยู่เสมอ ทั้งแผนการนำเสนอที่ต้องมีรูปแบบที่น่าสนใจ และเข้าใจง่าย รวมไปถึงการศึกษาหาข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับสินค้า และบริการของตัวเองอย่างละเอียด เพื่อใช้สำหรับตอบคำถามต่างๆ ที่ลูกค้าสงสัย และยังช่วยให้เรามีข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากขึ้นในการนำเสนอลูกค้าว่าสินค้าของเรานั้นจะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้อย่างไรบ้าง

2. เปิดรับวัฒนธรรมใหม่ๆ จากต่างแดน

เมื่อเราออกเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยนั้น เราอาจจะได้เจอกับวัฒนธรรมที่เราไม่เคยเห็น อาหารรสชาติแปลกๆ เครื่องแต่งกายที่ไม่คุ้นตา ซึ่งปัจจัยหลายๆ อย่างนี้อาจทำให้หลายคนที่อยู่ในกรอบของวัฒนธรรมประเทศตัวเอง และไม่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคยเหล่านี้เกิดอาการที่เรียกกันว่า Culture Shock หรือการปรับตัวตามวัฒนธรรมไม่ทันขึ้นได้ง่ายๆ

เหมือนการทำธุรกิจที่เราอาจจะต้องเจอลูกค้าที่มีความหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป ธุรกิจที่จะอยู่รอดในตลาดได้ก็คือธุรกิจที่พยายามเปิดใจ และทำความเข้าใจในความแตกต่างของลูกค้าเหล่านี้ พร้อมทั้งหาวิธีรับมือกับลูกค้าแต่ละประเภทโดยมั่นใจว่าไม่ว่าลูกค้าจะเป็นแบบไหนเราก็ต้องสร้างความพึงพอใจให้กับพวกเขาให้ได้มากที่สุดอยู่เสมอ ซึ่งประโยชน์อีกอย่างหนึ่งจากการที่เราเปิดใจรับฟัง และยอมรับในความคิดเห็นของลูกค้าที่แตกต่าง หรือคนที่คอยแนะนำเรานั้นจะช่วยทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เราอาจไม่เคยรู้ อาจได้มุมมองทางธุรกิจที่น่าสนใจ และสามารถนำไปปรับใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจให้ไปข้างหน้าได้อีกด้วย

3. ผิดแผนไปบ้างไม่ใช่เรื่องใหญ่

บางครั้งเราอาจจะหลงออกนอกเส้นทางไปบ้าง แต่นั่นก็อาจทำให้เราได้เจอร้านอาหารข้างทางอร่อยๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่ไม่ได้อยู่ในคู่มือท่องเที่ยว ธุรกิจเองก็ไม่มีผิดไม่มีถูก หากพลาดออกนอกเส้นทางก็ลองเปิดหูเปิดตารับสิ่งใหม่ๆ ที่อาจจะเข้ามา

การเดินทางหลายต่อหลายครั้งก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คาดเอาไว้ แม้ว่าจะเตรียมตัวมาดีแค่ไหน ก็มีโอกาสเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันได้เสมอ บางครั้งเราอาจจะหลงออกนอกเส้นทางไปบ้าง แต่นั่นก็อาจทำให้เราได้เจอร้านอาหารข้างทางอร่อยๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่ไม่ได้อยู่ในคู่มือท่องเที่ยว และเมื่อไรที่เราพร้อมที่จะเดินทางต่อก็แค่เริ่มต้นกางแผนที่และเส้นทางใหม่เพื่อไปถึงจุดหมายเท่านั้นเอง

เช่นเดียวกันกับเส้นทางการทำธุรกิจที่อาจมีทั้งอุปสรรคขวากหนามอยู่ตลอดทาง บางครั้งเราอาจต้องใช้ทางแยกเพื่อหลบหลีกปัญหาเหล่านี้บ้าง พยายามอย่าติดอยู่ในกรอบ แต่ให้เปิดหู เปิดตา คอยรับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ สิ่งที่นอกเส้นทางบางครั้งอาจมีอะไรให้เราเรียนรู้ได้มากกว่าที่เราคิดก็ได้ เหมือนเช่นหลายๆ ธุรกิจที่มีสินค้าหลักอยู่แล้ว แต่ก็พยายามหาช่องทางในการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่แตกต่างออกไปออกสู่ตลาดอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าการออกนอกเส้นทางในบางทีอาจทำให้เราหลงทางจากสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ไปบ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เมื่อเรารู้ว่าเส้นทางที่เราจะไปนั้นไม่ใช่หนทางไปสู่จุดหมายอย่างแน่นอนแล้ว เราก็เพียงแค่ถอยหลังกลับ และเปิดแผนที่หาเส้นทางใหม่ที่จะไปถึงเป้าหมายธุรกิจที่เราต้องไว้ก็เท่านั้นเอง

4. ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ

การเดินทางในแต่ละครั้งคงไม่เสียหายอะไร ถ้าเราจะผูกมิตรกับเพื่อนกับเพื่อร่วมเดินทางเอาไว้ หรือผูกมิตรกับเพื่อนใหม่ๆ จากต่างแดน เพราะเมื่อเราหลงทาง หรือต้องการความช่วยเหลือบางอย่างคนเหล่านี้อาจเป็นผู้ที่คอยให้ความช่วยเหลือกับเราระหว่างการเดินทางโดยที่เราอาจไม่รู้ตัวก็ได้

หากเปรียบกับการทำธุรกิจแล้วคงเป็นเรื่องยากที่จะทำธุรกิจด้วยตัวคนเดียว การหาเครือข่ายทางธุรกิจจึงถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งในการทำธุรกิจเลยก็ว่าได้  ซึ่งเครือข่ายทางธุรกิจเหล่านี้เราสามารถหาได้จากงานอีเว้นท์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสายธุรกิจของเรา การได้เข้าไปร่วมงานและทำความรู้จักผู้คนเหล่านี้จะทำให้เรามีมุมมองที่กว้างขึ้น รู้จักผู้คนในวงการเดียวกันมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ในบางครั้งเมื่อมีใครที่ธุรกิจกำลังประสบปัญหาอาจได้รับความช่วยเหลือจากคนในแวดวงเดียวกัน ทั้งในด้านคำแนะนำ หรืออาจเป็นการให้ความร่วมมือในด้านต่างๆ ก็เป็นได้ ดังนั้นตลอดการเดินทางสายธุรกิจของเรานั้น ยิ่งเราทำความรู้จักกับผู้คนได้มากเท่าไร ยิ่งมีเครือข่ายมากเท่าไร ก็จะยิ่งมีประโยชน์ต่อธุรกิจของเรามากขึ้นเท่านั้น

• • •

ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่ามุมมองธุรกิจนั้นมีอยู่ในเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิด แม้แต่การเดินทางท่องเที่ยวก็สามารถช่วยให้เรามองเห็นมุมมองทางธุรกิจได้ หลายคนที่พยายามหามุมมองทางธุรกิจไม่เจอสักที อาจเป็นเพราะไม่ลองพยายามลองมองจากเรื่องใกล้ตัวดูก่อน เริ่มจากสิ่งที่เราสนใจ และสิ่งที่เรารู้ข้อมูลมากๆ นี้ล่ะที่จะขยายต่อยอดเห็นเราเห็นมุมมองในการทำธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์