Blue Bottle Coffee ร้านกาแฟที่กลั่นออกมาจากความรักในกาแฟ

ในปี 2002 James Freeman ตัดสินใจเปิดร้าน Blue Bottle Coffee จากการเปิดขายเล็กๆ ในตลาดขายของสดในโอ๊กเเลนด์, แคลิฟอร์เนีย จัดจำหน่ายกาแฟสดที่ชงจากเมล็ดที่คั่วในเรือนเพาะชำหลังบ้านของเขาเอง โดยไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจสักนิดเดียว เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนปรากฏการณ์ “coffee with an arc” หรือวันที่เรื่องของวันเวลาในการคั่วเมล็ดและแหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟทุกถุงนั้นไม่ใช่เรื่องที่อยู่ในความสนใจของผู้ดื่มอีกต่อไป 

James ไม่พึงพอใจในรสขมที่แฝงอยู่ในกาแฟแต่ละเเก้วและวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ และต้องการที่จะทำให้ “สารเคมี, สสารอันน่าประหลาดใจ” ซึ่งเป็นสิ่งที่โน้มน้าวใจให้เขาตื่นในทุกๆ เช้าได้อยู่ถูกที่ถูกทางของมันเอง เขายังคงจำได้ถึงวันที่ร้านเล็กๆ เปิดอย่างอ่อนน้อมถ่อมตัวอยู่ท่ามกลางร้านค้ามากมายในตลาด ความเป็นระเบียบของอุปกรณ์การชงกาแฟแต่ละแก้วที่เขาบรรจงดูเเลจัดการ ต่อมาในปี 2005 วันที่ Blue Bottle Coffee เปิดเป็นคิออสเล็กๆ ในโรงรถของเพื่อนเขาบนถนนลินเดน  เขาลาออกจากงานประจำ โดยไม่รู้ว่าจะได้ในวันหนึ่งร้านของเขาจะกลายเป็น “ตำนานร้านกาแฟ” ในภายหลัง

สิบกว่าปีผ่านไป ยังคงมีลูกค้าที่จงรักภักดีต่อกาแฟแบรนด์นี้อยู่เสมอ Blue Bottle Coffee เติบโตและสร้างเครือข่ายระหว่างร้านกาแฟ พันธมิตรทางธุรกิจ รถเข็นขายกาแฟ และโรงคั่วกาแฟในเยอรมัน Blue Bottle Coffee ยังคงคั่วเมล็ดกาแฟด้วยวินเทจเกียร์แบบเก่า บรรจุเมล็ดกาแฟลงในถุงที่ย่อยสลายได้ และพร้อมส่งให้ลูกค้าภายใน 48 ชั่วโมง การกลายเป็นร้านกาแฟ “ไฮเอนด์” กับพิกัดร้านในซาน ฟรานซิสโกและนิวยอร์ก สามารถมีเงินลงทุนมากถึง 25.75 ล้านเหรียญ จากหลากหลายนักลงทุนจากเเขนงเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น Morgan Stanley Investment Management หรือ Kevin Systrom หนึ่งในผู้ก่อตั้งอินสตาแกรม Tim Ferriss นักเขียน Tony Hawk นักสเก็ตบอร์ดในตำนาน  Matt Mullenweg ผู้ก่อตั้ง wordpress 

คำถามคือ ทำไมร้านกาแฟชื่อนี้ถึงฮิตทั้งในหมู่ techie และเหล่าฮิปสเตอร์ได้พร้อมๆ กัน?

เพราะปรัชญาและวิธีการคือปัจจัยสำคัญ

James และพาร์ทเนอร์ของเขาอย่าง Bryan Meechan มีความเข้าใจเป็นอย่างดีถึงเรื่องของทักษะงานฝีมือ สุนทรียภาพในการดื่มด่ำหรือชื่นชมสินค้า ทั้งคู่จึงเลือกใช้ของวินเทจและเครื่องบดจากญี่ปุ่นที่เรียกว่า Oji ในการชงกาแฟแบบสโลว์ ซึ่งนั่นหมายความว่า กว่ากาแฟจะเต็ม 1 กา ต้องใช้เวลามากถึง 8-12 ชั่วโมง ซึ่งอุปกรณ์ที่ถูกใช้ในการชงและคั่วกาแฟนั้นไปไกลเกินกว่าเทคโนโลยีเเบบเสียบปลั๊กทั่วไปมากนัก “พวกเราเชื่อในการสัมผัส เราสื่อสารกับเครื่องบดของเรา” กระบวนการแบบช้านี้คือธรรมชาติอย่างหนึ่งของ James Freeman ชีวิตจริงเขาหลงใหลการเล่นคาริเนตในซิมโฟนี “มันเป็นงานอดิเรกที่ดูเนิร์ดนิดหน่อย ผมตื่นเต้นเวลาได้เห็นว่ากว่าจะมาเป็นการแฟรสชาติเยี่ยมหนึ่งแก้วนั้นในระยะเวลาเท่าไหร่ ความสดชื่นคือหัวใจสำคัญ” มุมมองที่มีอยู่ในธุรกิจแห่งความละเอียดละออกนี้ ทำให้ Blue Bottle Coffee แตกต่างจากร้านกาแฟทั่วไปที่ไม่สนใจระยะเวลาคั่วกาแฟว่าล่วงเลยมากี่สัปดาห์เเล้ว James เข้มงวดกับกฎ “ไม่เกิน 48 ชั่วโมง” เมล็ดกาแฟทุกเมล็ดต้องเป็นกาแฟออร์กานิก และแต่ละแก้วนั้นต้องถูกเสิร์ฟภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจว่าเป็น “กาแฟสด” อย่างเเท้จริง

ของที่ระลึกให้เป็นเรื่องของร้านอื่น

ไม่มีสูตรสำเร็จในการทำธุรกิจสำหรับ James Freeman หน้าร้าน  Blue Bottle Coffee ตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่ดูสะอาดอยู่เสมอ บางสาขาโชว์เฟอร์นิเจอร์ไม้น้ำตาลอ่อนอย่างง่ายดาย ไม่มีผลงานศิลปะตกแต่งอย่างดูโฉ่งฉ่าง ไม่มีซีดีเพลงจำหน่าย ไปจนถึงไม่มี “มัฟฟินที่รสชาติพอกินได้” หลังเคานท์เตอร์ไม่มีแก้วกาแฟเซรามิกแปะโลโก้หรือเสื้อยืดจำหน่ายด้วยเช่นกัน “ผมเเค่ไม่สามาถคิดได้ว่าจะทำเสื้อที่สกรีน  Blue Bottle Coffee ได้อย่างไร เพราะผมแค่เป็นคนไม่ใส่เสื้อยืดที่สกรีนโลโก้ เเล้วผมจะทำอย่างนั้นขายในร้านของผมเองทำไม?”

ขยายสเกลธุรกิจที่จังหวะของตัวเอง

ในช่วงระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา Blue Bottle Coffee เปิดร้านอาหารและคาเฟ่ใน Williamsburg ที่ย่านบรู๊กลิน และเป็นเพราะความต้องการของ James ที่ต้องการให้สินค้าทุกอย่างนั้นบรรจุไปด้วยความสดใหม่ เขาจึงวางแผนการบริหารจัดการด้วยวิธีที่เหมือนกับกองทัพของชาวโรมัน นั่นคือ ก่อตั้งแหล่งผลิต, ตามมาด้วยเผยแพร่ออกไปและเอาชนะคู่เเข่งซะ!

นอกจากนี้ James ยังเปิดสาขาเล็กๆ ที่ High line ในนิวยอร์ก พื้นที่สาธารณะที่ทัศนียภาพสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง การตัดสินใจเปิดสาขาของ Blue Bottle Coffee นั้นส่งผลให้ยอดการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจาก 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สู่ 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ James กล่าวว่า “ผมไม่มีความต้องการที่จะทำให้ Blue Bottle กลายเป็นเหมือนสตาร์บัคส์ที่สอง สตาร์บัคส์ก็คือสตาร์บัคส์ เรามีเส้นทางการเติบโตที่น่าสนใจ และปล่อยให้เป็นเรื่องของการแข่งขันของคนที่ความสามารถใกล้เคียงกันดีกว่า” 

• • •

อาจจะไม่ได้แผนธุรกิจที่วางมาอย่างรัดกุมรอบคอบ แต่เป็นเรื่องของความจริงใจ การซื่อสัตย์ต่อผลิตภัณฑ์และลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา ที่ทำให้ Blue Bottle Coffee เอาชนะและยืนหยัดมาตลอดระยะเวลา 10 กว่าปี แต่ทั้งนี้ ท่ามกลางธุรกิจร้านกาแฟที่ผุดขึ้นเป็นรายวัน (และล้มหายตายจากไปก็มากเช่นกัน) สำหรับผู้เล่นที่ตัดสินใจดำเนินธุรกิจในสนามที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟนี้แล้ว ถ้าหากสามารถนำเรื่องของความหลงใหลเข้ากับการลองวางแผนธุรกิจอีกสักหน่อย ก็จะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำช่วยนำพาธุรกิจให้อยู่อย่างระยะยาวต่อไปในอนาคตได้

ที่มา:

บทความ Blue Bottle: The best coffee you may ever drink จาก http://fortune.com

บทความ Why People Are Obsessed With Blue Bottle, The Coffee Company That Just Raised $25 Million จาก http://www.businessinsider.com/

บทความ Blue Bottle Coffee Buys Coding Talent for Next-Level Delivery จาก http://www.wired.com/

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์