ธุรกิจกับ Big Data จะอยู่ร่วมกันอย่างไรให้ได้ประโยชน์

Photo belongs to Escola Santa Anna

เมื่อสามปีก่อน CSC: http://www.csc.com/  ได้มีการคาดการณ์ไว้ว่า ในปี 2020 (อีก 5 ปีข้างหน้า) การผลิตข้อมูลต่างๆ จากการสื่อสารออนไลน์นั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 44 เท่าจากปี 2009 จะเกิดหน่วยที่เรียกว่า เซทาไบต์ (Zetabytes) หรือ 1 ล้านเทราไบต์ เต็มไปด้วยข้อมูลที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน เกิดการสั่งสมเป็นทั้งโอกาสและการถาโถมของข้อมูลมหาศาลที่ซัดเข้ามาจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ หลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ข้อมูลทั้งที่เป็นส่วนตัวและเป็นสาธารณะจะกลายมาเป็นแหล่งข้อมูลมหาศาลที่เปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถยื่นมือเข้ามาใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มลูกค้า (หรือช่วยสร้างแรงผลักในการซื้อสินค้า เร่งการตัดสินใจได้รวดเร็วมากขึ้น)

สำหรับธุรกิจที่เข้าใจในธรรมชาติของ Big Data ก็อาจจะล่วงหน้าไปแล้วหลายก้าว

ในฐานะการทำการขาย ยิ่งเราเข้าใจกลุ่มลูกค้าได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้เปรียบมากเท่านั้น การวิจัยการตลาดสำหรับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมต่างๆ ก็เปลี่ยนเข็มมาวิจัยกลุ่มลูกค้าที่อยู่บนโลกออนไลน์มากยิ่งขึ้น ในเมื่อแบบสอบถามแบ่งเกณฑ์ตามกลุ่มประชากรศาสตร์นั้นไม่ได้ผลอีกต่อไป ตำแหน่งพนักงานขายจึงต้องวิจัยเชิงลึกให้ลึกมากขึ้น เจาะเข้าไปในศักยภาพของกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่, ความสามารถของธุรกิจ และข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแต่ละคน นำมาผสมผสานและสร้างเป็นความต้องการที่ลูกค้าไม่ทันรู้ตัวว่าอยากได้ แต่กดซื้อสินค้าไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย

“พนักงานขายจะมีบทบาทหน้าที่ใหม่ ในการเป็น ‘นักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูล (Data scientist)’ ทำหน้าที่โฟกัสและทำความเข้าใจในข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามา เพื่อเอาใจลูกค้ามาใส่ใจธุรกิจ สร้างเป็นความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงคนสองฝั่งเข้าด้วยกัน” นี่เป็นประโยคคำพูดจาก Anand Kulkarni ผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัยข้อมูลที่ชื่อว่า LeadGenius บริษัทที่ช่วยให้พนักงานขายกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการสอนวิธีการวิจัยให้กับพนักงานขายที่มีความสามารถในหลายธุรกิจทั่วโลก

เราลองมาดูประโยชน์ง่ายๆ ที่หากธุรกิจเข้าใจใน Big Data แล้วจะสามารถสร้างประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพได้อย่างไร

1.   เพื่อเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของลูกค้า

สร้างความแน่ใจได้ว่าปัญหาของลูกค้านั้น ธุรกิจของเราสามารถเป็นทางออกให้ได้ เริ่มต้นจากการทำการวิจัยแบบปฐมภูมิและทุติยภูมิ เพื่อศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน เพื่อเข้าใจกลุ่มลูกค้าของธุรกิจ พัฒนาสร้างเป็นบุคคลสมมติขึ้นมา (personas) เพื่อกำหนดเป็นกระบวนการ ว่าลูกค้าของเราต้องเจอกับจุดปะทะ (touch point) อะไรบ้างก่อนจะเข้าถึงสินค้าของเรา กำหนดคำถามที่จะถามและสถานการณ์ต่างๆ ที่ลูกค้าต้องตัดสินใจ เมื่อทำการวิจัยเสร็จแล้วให้นำผลการวิจัยที่ได้นั้นไปกำหนดและลำดับความสำคัญของแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่เป็นความต้องการเชิงลึกของกลุ่มลูกค้าที่แท้จริงของธุรกิจ และนำไปปฏิบัติได้อย่างยั่งยืน

2.       เพื่อให้ธุรกิจสามารถเพิ่มมูลค่าได้จากการลงทุนเท่าเดิม

เพราะทุกๆ ธุรกิจนั้นลงทุนไปไม่น้อยกับการพัฒนาฐานข้อมูลและเทคโนโลยีใหม่ๆ ในเมื่อลงทุนแล้ว ให้ลองคิดใหม่ว่า จะทำอย่างไรที่การลงทุนไปของธุรกิจนั้นจะสามารถขยายกลุ่มลูกค้าให้เพิ่มขึ้นได้ (จากฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่) การทำความรู้จักกับคำใหม่ๆ อาทิ ข้อมูล (Data) การวิเคราะห์ (Analytics) รายงาน (Report) แดชบอร์ด (Dashboard) ไปจนถึง SQL: Structured Query Language (ภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมเพื่อจัดการฐานข้อมูล) ที่จะกลายมาเป็นกลยุทธ์ใหม่ในการจัดการต้นทุนของธุรกิจของเรา เพิ่มมูลค่าการลงทุนธุรกิจของเราได้ด้วยเครื่องมือเหล่านี้ Big Data ใหม่ๆ เทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และความสามารถต่างๆ เหล่านี้จะเปลี่ยนเงิน 1 เหรียญ ให้กลายเป็น 10 เหรียญ ได้อย่างไม่ยากเกินลงมือทำ

3.   พัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สและคลาวด์

ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์ส (open source) ใหม่ๆ ที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย หลากหลายโปรเจ็กต์ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิอาปาเช่ (https://www.apache.org/) ที่ทำให้ทั้งฟรี เพิ่มหรือลดขนาดได้ และเปิดโอกาสให้ธุรกิจเข้ามาพัฒนาต่อยอดและได้สินค้าไปเปิดตัวต่อตลาดได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ลองมาดูตัวอย่างจากเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้ว่ามีอะไรบ้าง

·         Hadoop (https://hadoop.apache.org/) : โอเพ่นซอร์สซอฟต์แวร์ที่ช่วยสนับสนุนให้สามารถจัดการดำเนินการต่างๆ เกี่ยวกับข้อมูลจำนวนมาก และช่วยกระจายไปยังบริบทที่แตกต่างกันได้ด้วยความรวดเร็ว

·          Spark (https://spark.apache.org/) : โอเพ่นซอร์สที่เป็นหน่วยความจำภายใน เข้ามาช่วยทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานเร็วขึ้น 100 เท่า จากความทรงจำภายในให้สามารถวิเคราะห์และโปรแกรมได้รวดเร็วมากขึ้น

·         YARN : เทคโนโลยีที่ช่วยให้ธุรกิจที่ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์หลากหลายชิ้นในการประมวลผลนั้นสามารถทำงานได้รวดเร็วมากขึ้น อาทิ ธุรกิจที่ทำเรียลไทม์ สตรีมมิ่ง (จำพวกธุรกิจเพลงหรือวิทยุออนไลน์) หรือการวิเคราะห์ข้อมูลแบบซับซ้อน เป็นต้น

• • •

ณ ตอนนี้ Big Data อาจดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับธุรกิจหลายๆ ธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) และธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูล แต่เมื่อเวลาผ่านไป หากธุรกิจเราจะขยายตัวขึ้นไปกลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์และจัดการข้อมูลจำนวนมาก วันหนึ่ง Big Data อาจเข้ามาเป็นส่วนสำคัญที่ชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจเราได้ อีกทั้งในยุค 10-20 ปีข้างหน้า INCquity เชื่อว่าคำนี้จะกลายเป็นคำที่คนส่วนใหญ่รู้จักเหมือนกับคำว่า Platform หรือ Cloud เมื่อหลายปีก่อน ฉะนั้นลองศึกษาเอาไว้บ้างให้มีความรู้เบื้องต้นไว้ก่อนก็คงไม่เสียหลาย

 

Resources:

How Entrepreneurs Are Winning By Understanding Big Data http://www.forbes.com/sites/drewhendricks/2015/02/18/how-entrepreneurs-are-winning-by-understanding-big-data/ 

Where Is All the Big Data We've Been Promised? http://www.huffingtonpost.com/young-entrepreneur-council/where-is-all-th...

How Small Businesses Can Embrace Big Data

http://www.entrepreneur.com/article/236108 

4 Lessons for Every Entrepreneur Creating Big Data Solutions http://www.entrepreneur.com/article/241785 

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์