Baggu ธุรกิจกระเป๋าที่พัฒนามาจากสิ่งที่ "ฉันต้องการ"

จากดีไซเนอร์แห่ง J. Crew Emily Sugihara รวบรวมความคิดและทีมงานจากคำถามตั้งต้นง่ายๆ ว่า “อะไรที่เราต้องการ?” เธอโยนคำถามนี้สู่ทีมงาน “ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของเราเริ่มต้นจากการมีใครสักคนนึงพูดขึ้นมาว่า ‘ฉันอยากได้สิ่งนี้จริงๆ’” นั่นนำพาเธอไปสู่หลักการสำหรับบริษัทที่เธอก่อตั้งขึ้นในปี 2007 ปีแรกที่เธอเริ่มต้นผลิตกระเป๋าช้อปปิ้งสุดชิค Baggu ถือกำเนิดขึ้นพร้อมผลิตภัณฑ์ 26 รูปแบบ ประกอบไปด้วยสายคล้องเซิร์ฟบอร์ด ที่ทำการออกแบบร่วมกับ West Elm. ผลิตภัณฑ์จาก Baggu ได้รับการคัดเลือกให้ขึ้นชั้นของร้านค้าดังอย่าง Urban Outfilter เพื่อให้คนรักกระเป๋าทุกคนเห็นและพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่แหละคือสิ่งที่ฉันต้องการ"

เพราะความบังเอิญหมุนรอบตัวเรา 

“ไอเดียส่วนมากของเรามาจากการที่มีใครสักคนนึงพูดขึ้นมาว่า ‘ฉันอยากได้สิ่งนี้จริงๆ’ และหลังจากนั้นเราก็แค่ลงมือทำ”

เพราะใจรักในการเล่นเซิร์ฟบอร์ด แต่ปัญหาที่พบเจอก็คือการขนย้ายเสิร์ฟบอร์ดจากลานจอดรถ เพื่อเดินไปถึงทะเลเป็นระยะทางกว่าครึ่งไมล์นั้นไม่ง่ายเลย วิธีการแบกด้วยศีรษะก็สร้างความเจ็บปวด และลากหรือถือด้วยมือก็สร้างความเสียหาย เมื่อนั้น Emily จึงท้าทายกับการแก้ปัญหาในครั้งนี้ด้วยการซื้อจักรเย็บผ้า! สร้างกระเป๋าง่ายๆ จากผ้าแคนวาส เพื่อรองรับต่อการสะพายเซิร์ฟบอร์ดด้วยหัวไหล่ Baggu จึงได้เริ่มผลิตภัณฑ์ด้วยกระเป๋าคล้องเซิร์ฟบอร์ดเป็นแบบแรก โดย Emily กล่าวถึงแนวคิดการตัดสินใจสร้างแบรนด์ในครั้งนี้ว่า “ไอเดียส่วนมากของเรามาจากการที่มีใครสักคนนึงพูดขึ้นมาว่า ‘ฉันอยากได้สิ่งนี้จริงๆ’ และหลังจากนั้นเราก็แค่ลงมือทำ”

ด้วยกระบวนการออกแบบกระเป๋าคล้องเสิร์ฟบอร์ดที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์แรกให้แบรนด์ Baggu ค่อยๆ พัฒนาปรับปรุงอีกหลายผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวตามมา ด้วยจิตวิญญาณแห่งการเป็นนักสร้างสรรค์ของ Emily ผสมผสานเข้ากับทักษะการบริหารธุรกิจที่ตัวเองมี ทั้งสองสิ่งนี้จึงค่อยๆ ก่อร่างสร้างความสำเร็จให้ Baggu อย่างเป็นรูปธรรมขึ้นมา นับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัทครั้งแรกในปี 2007 Emily ให้ความสำคัญทั้งในเรื่องของความสวยงามทางสุนทรียะ, การใช้ประโยชน์ และความยั่งยืน ที่เธอสร้างขึ้นให้อยู่เป็นส่วนหนึ่งของกระเป๋า Baggu ในทุกๆ ใบ และยังคงใส่ใจถึงการเติบโตทางธุรกิจของแบรนด์ในระยะยาวอีกด้วย นอกจากนี้ Emily  ยังทุ่มเทตัวเองให้กับการสร้างแบรนด์อย่างเต็มกำลัง ส่งผลให้ Baggu ประสบความสำเร็จด้วยการรับมียอดขายเพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่า และทวีเพิ่มขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัวหยุดลงง่ายๆ

เพราะทุกปัญหามีทางแก้ไข

bagguคล้ายกับความบังเอิญที่เกิดขึ้นกับกระเป๋าคล้องเซิร์ฟบอร์ด ในครั้งแรกที่ Baggu เริ่มต้นก็เกิดเพราะสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ในช่วงปี 2006 ที่ Emily  ยังรับหน้าที่เป็นดีไซเนอร์ให้กับ J.Crew อยู่นั้น เธอต้องการกระเป๋าผ้า (ที่มีคุณสมบัตินำมาใช้ซ้ำได้หลายครั้ง) เพื่อนำมามอบให้เป็นของขวัญวันคริสต์มาสสำหรับแม่ของเธอ แต่ Emily   กลับไม่สามารถหากระเป๋าช้อปปิ้งในแบบที่เธอต้องการได้จริงๆ ซึ่งมีคุณสมบัติพื้นฐานง่ายๆ อย่างดีไซน์ดี, ผลิตอย่างมีคุณภาพ และอยู่ภายในราคาที่เป็นเหตุเป็นผลกับจ่ายเงิน เมื่อเจอปัญหาดังนี้ เธอจึงแก้ไขด้วยการไปเสาะหาซื้อผ้าที่เธอต้องการ เพื่อนำกลับมาให้แม่ของเธอ ผู้มีพรสวรรค์ด้านการตัดเย็บผ้าในระดับดีเลิศ เพื่อให้แม่จัดการเย็บกระเป๋าให้ได้รูปทรงที่เธอต้องการเหมือนคราวที่เธอเป็นเด็ก ทั้งคู่ต่างร่วมกันสร้างกระเป๋าให้ออกมาในรูปแบบที่วาดเอาไว้ การพัฒนาด้านดีไซน์จึงเกิดขึ้นควบคู่ไปพร้อมๆ กันเช่นกัน

ด้วยประสบการณ์การทำงานทำให้ในช่วงแรกที่ Emily ออกแบบกระเป๋า Baggu นั้นไม่ใช่เพื่อความสวยงามและการใช้งานได้ครบฟังก์ชั่นเท่านั้น แต่ยังคิดเผื่อมาถึงเรื่องของการผลิตด้วยเช่นกัน เพราะกระเป๋าที่มีการดีไซน์ที่เรียบง่ายนั้นมีอยู่มากมายในตลาด แต่คุณภาพกลับไม่ได้ดังใจเพราะมาตรฐานของกระเป๋าพลาสติกนั้นไม่ดีนัก การผลิตที่ Emily  ใส่ใจอย่างเช่น วิธีการเย็บแบบตะเข็บเดียวด้านล่างของกระเป๋าและใช้ผ้าทรงสามเหลี่ยมรองรับ เพื่อให้กระเป๋าเป็นทรงเมื่อบรรจุของเต็มใบ และอีกหนึ่งเรื่องที่ Emily  ให้ความสำคัญไม่แพ้กันก็คือ การลดการใช้ของเสียให้ได้มากที่สุด หมายถึงในการผลิตกระเป๋าหนึ่งใบนั้นจะต้องใช้ชิ้นผ้าภายในหนึ่งชิ้นเดียวกัน และขายไปพร้อมกับถุงบรรจุขนาดเล็กคล้องไว้ที่สายกระเป๋า วัสดุที่เลือกใช้คือไนล่อน ชิ้นส่วนที่ถูกเลือกใช้นำไปผลิตเป็นผ้าบอลลูน ซึ่งถือเป็นทักษะการรีไซเคิลที่มากประโยชน์อย่างน่าเอาเยี่ยงอย่าง รวมไปถึงการทำซ้ำได้หลายต่อหลายครั้งโดยไม่ทำลายทรัพยากรเดิมที่มีอยู่

เพราะสไตล์อยู่คู่คุณภาพ

การจัดจำหน่ายกระเป๋า Baggu นั้นเป็นไปด้วยความรวดเร็วและคล่องตัว การได้รับคัดเลือกลงในนิตยสาร Teen Vogue ถือเป็นการเปิดตัวสู่สาธารณะที่ดีอีกทางหนึ่ง เมื่อรากฐานของบริษัทเริ่มแข็งแรง Baggu จึงเริ่มขยายไลน์สินค้าสู่รูปแบบใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสีและสไตล์ใหม่ ทั้งกระเป๋าคอตตอนแคนวาส กระเป๋าผ้า และกระเป๋าใส่เหรียญขนาดพอดีมือ และที่สำคัญคืออยู่ภายใต้ราคาที่เอื้อมถึงได้ คือเริ่มต้นที่ 7 เหรียญถึงราวๆ 34 เหรียญ สำหรับเป้ใบใหญ่ โดยมีการพัฒนาด้านการออกแบบด้วยการทำงานร่วมกันกับดีไซเนอร์อย่าง Caitlin Mocium หรือ Shabd Aledander หรือการทำงานดีไซน์ร่วมกับร้านจัดจำหน่ายอย่าง No. 6 เพื่อสร้างสรรค์ลายปริ้นท์และวัสดุที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใคร เป็นต้น

• • •

ในอนาคตอันใกล้ Emily ยังมีแผนการที่จะเป็นตัวไอเทมเกี่ยวกับเซิร์ฟบอร์ดและของใช้สำหรับคนเล่นกิจกรรมเกี่ยวกับทะเลใหม่ๆ โดยตัดสินใจจากการใช้ชีวิตของผู้คนจริงๆ “เหมือนอย่างที่แบรนด์เราเติบโตขึ้นมาได้ และการใช้งานเปลี่ยนแปลงไป นั่นเป็นเพราะเราเปลี่ยนตามความสนใจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นของผู้คน ไอเดียใหม่จะเกิดขึ้นกับเราอย่างแน่นอน”

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์