Amancio Ortega ผู้สร้างอาณาจักรเสื้อผ้าแซร่า (Zara) ที่พลิกธุรกิจแฟชั่นให้เปลี่ยนไปตลอดกาล

Photo belongs to Daniel Lobo

Amancio Ortega นักธุรกิจชาวสเปนผู้ประสบความสำเร็จจนถูกจัดอันดับว่าเป็นนักธุรกิจที่รวยที่สุดของโลกเป็นลำดับที่ 3 จากการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส์ (ปี 2013) เขาสร้างอาณาจักรแฟชั่นด้วยการสร้างแบรนด์เสื้อผ้าที่ครองใจหญิงสาวหลายคนทั่วโลกอย่างซาร่า (Zara) ผ่านวิธีการดำเนินธุรกิจอยู่บนหลัก 2 ข้อ ได้แก่ ให้ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และมอบสิ่งนั้นให้ลูกค้าเร็วกว่าแบรนด์อื่น

ในปัจจุบันนี้ ซาร่ามีร้านค้าจำหน่ายเสื้อผ้ากว่า 6 พันสาขาใน 9 ประเทศ และมีสาขาใหม่ๆ เปิดตัวอยู่อย่างต่อเนื่อง บริษัทที่ Amancio ก่อตั้งขึ้นมาภายใต้ชื่อว่า Inditex Group นั้นผลิตเสื้อผ้ากว่า 850 ล้านชิ้นต่อปี และยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้สเปนจะต้องเผชิญกับภาวะการตกต่ำและปัญหาทางเศรษฐกิจ Amancio เป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยด้วยชื่อเสียงแต่กลับไม่ปรากฏอยู่บนพื้นที่สื่อมากนัก เขามักจะละเว้นการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ หรือสื่อต่างๆ นับตั้งแต่การดำเนินธุรกิจของเขาจนถึงปี 1999 ไม่เคยรูปภาพของเขาปรากฏในสื่อใดมาก่อน และประโยคที่เป็นที่จดจำจากนักธุรกิจคนนี้คือ “คุณควรจะมีรูปปรากฏอยู่บนหนังสือพิมพ์แค่ 3 ครั้งเท่านั้นในชีวิต หนึ่ง เมื่อคุณเกิด สอง เมื่อคุณแต่งงาน และสาม เมื่อคุณตายจากไป”

เรื่องเล่าสุดคลาสสิค

ช่วงชีวิตและจุดเริ่มต้นในการทำแบรนด์ซาร่าของ Amancio เป็นเรื่องเล่าสุดคลาสสิคในวงการนักธุรกิจ Amancio ลาออกจากการเป็นนักเรียนตั้งแต่อายุ 13 เพื่อออกมาหางานทำช่วยเหลือครอบครัวของเขา เขาเริ่มต้นทำงานเป็นผู้ช่วยประจำร้านขายเสื้อผ้าในท้องถิ่นร้าน Gala ร้านค้าจัดจำหน่ายเสื้อเชิ้ตลายสก็อต หมวกสำหรับชาวประมง และคาร์ดิแกนขนสัตว์  จนเมื่อเขาอายุ 16 ปี เขาได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า นับแต่นั้น สิ่งที่เขาจะตั้งใจทำคือการมอบในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ไม่ใช่สิ่งที่แบรนด์ต้องการ และ มอบสิ่งนั้นให้ถึงมือลูกค้าด้วยความรวดเร็ว แทนที่จะให้สินค้าเป็นเพียงตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่ในลิสต์ของร้านเพื่อรอวันที่ลูกค้าจะมาซื้อเท่านั้น เมื่อนั้นเขาจึงคิดได้ว่า สิ่งใดที่ลูกค้าต้องการ เขาจะทำสิ่งนั้นให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เขาต้องลงมือทำสิ่งนั้น เพราะเขาต้องการควบคุมวงจรอุปทานของการผลิตสินค้านั่นเอง

Amancio เริ่มธุรกิจด้วยการจัดการให้ช่างเย็บผ้าผู้หญิงในท้องถิ่นรับหน้าที่ปฏิบัติงาน ไม่ช้า การจัดการงานของเขาก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง Amancio ทุ่มเทกับการเลือกเนื้อผ้า ของประดับด้วยตัวเอง ฝึกหัดตกลงกับพ่อค้าคนกลางเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการในราคาที่คุ้มค่ามากที่สุด ในช่วงจังหวะที่ธุรกิจของเขาค่อยๆ เติบโต เขาได้รับการช่วยเหลือจากพี่ชายของเขา ในฐานะผู้เข้ามาจัดการดูแลการตลาด และน้องสาวของเขาเข้ามาดูแลด้านบัญชีของบริษัท ในปี 1975 แซร่าจึงถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ (ในตอนแรก Amancio ต้องการจะใช้ชื่อร้านว่า Zorba แต่เป็นชื่อที่ถูกใช้แล้วด้วยธุรกิจเจ้าหนึ่งในท้องถิ่น เขาเลยต้องเลือกใช้ชื่อ ZARA แทน)

จากจุดเริ่มต้น เขาสร้างแรงผลักดันใหม่ให้กับวงการอุตสาหกรรมแฟชั่น ร้านค้าของซาร่าทั่วโลกนั้นมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนสต็อกสินค้าสองครั้งต่อสัปดาห์ แต่ละไอเทมจะถูกจัดแสดงหน้าร้าน และหมุนเวียนกันไปทุก 2-3วัน  “ลูกค้าต้องเป็นศูนย์กลางสำคัญในการสร้างความสนใจ ในการสร้างสรรค์คอลเล็คชั่นเสื้อผ้าแฟชั่นของเราและการออกแบบร้านต้องเป็นไปด้วยระบบหลักการและความสร้างสรรค์ควบคู่กันไป”

อาณาจักรแห่งซาร่า

การก่อร่างสร้างความสำเร็จของแบรนด์เป็นไปอย่างแข็งแรงทุกย่างก้าว ย้อนกลับไป 3 ปีก่อน ซาร่ามีอัตราการผลิตเสื้อผ้ามากถึง 835,000 ชิ้น มีสาขาใหม่ๆ เปิดขึ้นทุกวันทั่วโลก 46 สาขาในสหรัฐฯ 347 สาขาในจีน และ 1,938 สาขาในประเทศต้นกำเนิดอย่างสเปน

วิะีการทำงานภายในองค์กรของซาร่าคือ เหล่าดีไซเนอร์จะออกแบบเสื้อผ้าใหม่ 3 ครั้งต่อวัน ก่อนจะส่งต่อให้ช่างทำแพทเทิร์นรับหน้าที่ตัดแพทเทิร์นตัวอย่าง เพื่อนำมาเข้าที่ประชุมอันประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดจำหน่าย ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญประจำภูมิภาค ที่เข้ามารับหน้าที่ตรวจสอบรสนิยมและพฤติกรรมของผู้บริโภค บนพื้นฐานของรายงานด้านการขายจากร้านแต่ละแห่ง เพื่อร่วมกันระดมสมองว่าแบบไหนจะขายได้หรือไม่ได้ และเสื้อผ้าแบบไหนคือสิ่งที่ลูกค้ามองหา พนักงานทั่วไปจะทำหน้าที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม ว่าแรงบันดาลใจต่างๆ นั้นมาจากผู้คนที่เดินตามถนน ผับ บาร์ และร้านอาหาร พวกเขาจะต้องจับตามองว่าเสื้อผ้าแบบไหนที่ลูกค้าของเขาสวมใส่ กระบวนการเหล่านี้เป็นสิ่งที่ Amancio ปฏิบัติมาต่อเนื่องกว่าทศวรรษ

กุญแจสำคัญในการไขความสำเร็จของ Amancio คือการที่เขาเป็นเจ้าของวงจรอุปทานทั้งหมด จากโรงงานถึงร้านค้า อย่างในกรณีที่ร้านค้าแบรนด์อื่นขยายฐานโรงงานการผลิตไปยังพื้นที่แถบเอเชีย แต่สิ่งที่ Amancio ทำคือรักษาฐานการผลิตไว้ใกล้ตัวมากที่สุด (ในที่นี้คือสเปน และโปรตุเกส) การผลิตสินค้าในราคาที่ผู้บริโภคจ่ายได้นั้น มีความแตกต่างระหว่างการผลิตเลียนแบบคอลเล็คชั่นบนแคทวอล์คใน 15 วัน เปรียบเทียบกับการผลิตจากโรงงานที่มีมาตรฐานทางอุตสาหกรรมใน 6 เดือน – เหล่านี้คือเสียงจากลูกค้าที่รายงานกลับมายังบริษัทเสมอ การปกครองอาณาจักรซาร่านี้ ได้รับความไว้วางใจที่ถูกส่งต่อถึงมือดีไซเนอร์อย่าง  Loreta García ในฐานะผู้จัดการดูเเลฝ่ายเทรนด์เสื้อผ้าผู้หญิง ผู้ไม่เคยสนใจจะเป็นหนึ่งในแนวหน้าของงานเดินแบบเวทีใดก็ตาม “เราจะติดตามเหล่าบล็อกเกอร์และรู้จักฟังลูกค้า แต่ก็นั่นแหละ เราเปลี่ยนเเปลงความคิดเห็นของเราตลอดเวลา… เพราะบางอย่างที่เราว่าเป็นสิ่งดีที่สุดในวันนี้ อีกสองอาทิตย์ต่อมา นั่นอาจกลายเป็นสิ่งที่เเย่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นมาเลยก็ได้”

• • •

“ผลประโยชน์สูงสุดที่ได้จากวิธีการดำเนินธุรกิจของเราคือ ความสามารถในการยืดหยุ่นและประยุกต์สิ่งเรามีเข้ากับความต้องการในตลาดได้ ... ธุรกิจจากร้านค้านั้นเป็นอย่างที่เข้าใจกัน ต้องการที่ดึงดูดความสนใจของลูกค้าไว้ได้อย่างยาวนาน พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และให้ผลตอบรับต่อความต้องการและความคาดหวังของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว” Amancio กล่าว

 

ที่มา : บทความ Meet Amancio Ortega: The third-richest man in the world

 จาก http://management.fortune.cnn.com

บทความ The Year's Biggest Winner: Zara Billionaire Amancio Ortega

 จาก forbes.com

Photo belongs to Richard, enjoy my life!

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์