เราใช้ศัพท์ธุรกิจ 7 คำนี้ผิดความหมายอยู่หรือเปล่า

Photo belongs to Horia Varlan

การใช้ศัพท์ธุรกิจในการเจรจาการค้าหรือการนำเสนองานทำให้เราดูเป็นคนที่มีความรู้รอบและทันเหตุการณ์ และ INCquity เองก็ส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการที่ทันเหตุการณ์เสมอมา เพราะธุรกิจในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากกว่าในสมัยก่อน การได้ความรู้เสริมเหล่านี้จึงเป็นประโยชน์กว่าแน่นอน

เราประมวลดูศัพท์ที่มักจะได้ยินผ่านหูทั้งจากที่ทำงานของเราและตามงาน Community Meetings ต่างๆ ตั้งแต่ barcamp ไปจนถึงงาน project pitching ระดับประเทศ และเราอยากให้การใช้ศัพท์เหล่านี้เสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผู้พูด มากกว่าจะทำให้น่ากังขา เราพบว่ามีศัพท์อยู่ 7 คำที่น่าสนใจจึงอยากจะมาแชร์ความหมายและโอกาสในการนำไปใช้ และแน่นอนเราหวังว่าผู้อ่าน INCquity ต่อจากนี้จะใช้ได้อย่างมั่นใจในทุกการแสดงวิสัยทัศน์ของคุณ

นักจุดประกาย ผู้ให้วิสัยทัศน์ (Visionary)

และคำในกลุ่มเดียวกัน เช่น กูรู หรือมืออาชีพ ควรเป็นคำที่ให้คนอื่นใช้กล่าวยกย่องเราหลังจากเราประสบความสำเร็จในด้านนั้น (endorse) มากกว่าเรากล่าวยกย่องตัวเอง การนำมาใช้เป็นชื่อตำแหน่งหรือเขียนคำนี้แทนตัวในโพรไฟล์จึงเป็นเรื่องชวนให้รู้สึกประดักประเดิดไปนิดหน่อย

คิดนอกกรอบ

นอกกรอบเป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นการฝืนกฎเกณฑ์เดิมๆ ที่ครอบระเบียบปฏิบัติ ขั้นตอน หรือบางทีหมายถึงวัฒนธรรมองค์กรเดิมๆ การจะประสบความสำเร็จในการคิดนอกกรอบได้จำเป็นต้องมีทั้งความสามารถในการจูงใจทางข้อมูลและการปฏิบัติจริงไปด้วยพร้อมๆ กัน และหลายครั้งยังต้องอาศัยบารมีความสำเร็จเก่าๆ เป็นเครื่องยืนยันความสามารถของเราอีกด้วย การบอกทีมให้คิดนอกกรอบ หลายครั้งคือการบอกให้ทีมพยายามฝืนในสิ่งที่เราเองก็ไม่รู้ว่าสำหรับระดับเขานั้นมันแทบเป็นไปไม่ได้เลยก็มี สิ่งเหล่านี้สรุปความรวมได้ว่าหลายครั้งการคิดนอกกรอบก็ไม่จำเป็น เพราะเมื่อบางอย่างยังไม่พังลง ก็ไม่มีเหตุผลในการดัดแปลงหรือแก้ไขมัน

นวัตกรรม

เป็นหนึ่งในคำที่ปรากฏบ่อยที่สุดใน 30 วินาทีแรกของทุกพรีเซนเตชั่น และที่แย่กว่านั้นคือมักปรากฏในการประชุมกับฝ่ายการตลาดซึ่งนวัตกรรมที่ว่านั้นก็ไม่ใช่อะไรนอกจากวิธีการหยิบนี่ผสมนั่นแล้วเกิดเป็นแคมเปญใหม่ขึ้นมา นวัตกรรมที่จริงหมายถึงการสร้างสินค้าหรือบริการที่ไม่เคยมีสินค้าก่อนหน้าทำงานได้ในลักษณะนั้นเลยต่างหาก คำนี้จึงถูกใช้ผิดที่ผิดทางบ่อยที่สุดตั้งแต่ในแคมเปญการตลาดไปจนถึงยาสีฟันที่เพิ่มส่วนผสมใหม่ๆ เข้าไป

อินฟลูเอ็นเซอร์

ผู้มีอิทธิพลทางใจต่อผู้ติดตาม มักวัดด้วยจำนวนแฟนหรือฟอลโลวเวอร์สตามเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ แต่เดิมคำนี้ถูกนิยามจากสองส่วนประกอบกัน คือหนึ่ง ตัวบุคคลหรือกลุ่มบุคคลหรือองค์กรที่มีความหลงใหลคลั่งไคล้ หรือใส่ใจในเรื่องนั้นๆ และแสดงความรู้ความเข้าใจทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และข้อมูลเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องนั้นอย่างต่อเนื่อง และสอง คือตัวบุคคลหรือองค์กรนั้นเป็นที่รู้จักและเลื่อมใสในวงกว้างเพราะความน่าเชื่อนั้น จึงเป็นเรื่องแปลกที่กูรูหรืออินฟลูเอ็นเซอร์สมัยนี้จะเก่งในเรื่องหนึ่ง แต่ไปให้ความมั่นในใจอีกเรื่องหนึ่งแทน หรือบางครั้งก็มีผู้ติดตามจำนวนมากแต่กลับไม่ได้เน้นไปที่ความรู้จริงในเรื่องใดๆ อย่างชัดเจน

Pivot

แต่เดิมคำนี้หมายถึงการ “บิด” โปรเจคต์เพื่อเติบโตแตกหน่อจากจุดแข็งของตัวเองเมื่อถึงจุดที่ต้องขยายแล้วจริงๆ แต่ปัจจุบันเราใช้คำนี้ถกเครียดกันในที่ประชุมตอนที่โปรเจคต์เราตันและหาทางไปต่อแล้วไม่ได้ หากเราทำผิด? เราจะใช้คำว่าแก้ไขโปรเจคต์ ต่อเมื่อเราจะขยายธุรกิจจากจุดแข็งของเราออกไป เมื่อนั้นคำว่า Pivot จึงจะถูกใช้ในความหมายทางธุรกิจที่ถูกต้อง

Engagement

คำนี้ซึ่งมีความหมายถึงการตอบรับจากพฤติกรรมทางการตลาดที่เราทำลงไป กำลังกลายเป็นคำใหม่ในสเป็คการตลาดเพื่องบประมาณต่างหากอีกก้อน และที่แย่คือสุดท้ายก็กลับไปการวัดค่าคำนี้ด้วย “ปริมาณ” ทั้งที่คุณค่าของ Engagement นั้นอยู่ที่ “คุณภาพ” ของสิ่งที่ตอบกลับมา ตัวอย่างที่ง่ายที่สุดคือการได้รับคอมเม้นท์จำนวนมากในบทความล่าสุดของเราจำนวนมากแต่ทุกข้อความเขียนแค่ขอบคุณนั้น มีค่าน้อยกว่าคอมเม้นท์จำนวนไม่ถึงสิบที่ทุกอันเต็มไปด้วยข้อมูลอ้างอิงและประเด็นการถกเถียงที่น่าสนใจ จึงน่าจะเป็นการดีที่เราจะย้อนกลับไปดู KPI จากเอเจนซี่ที่ทำการตลาดให้เราว่าเขาตีความหมายคำนี้ไว้ในลักษณะของคุณภาพ หรือปริมาณ

Game Changer

ตัวเปลี่ยนเกม ชื่อบอกไว้ชัดเจนว่าก่อนหน้านี้จำเป็นที่เราจะต้องมีเกมอยู่ก่อนแล้ว เราจึงจะเปลี่ยนได้ และเกมเช้นเจอร์นั้นมักหมายถึงผลิตภัณฑ์หรือฟีเจอร์ที่ส่งผลกระทบต่อเทรนด์ของตลาดอย่างรุนแรงจนทุกคนต้องหันมาทำตาม (ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคงเป็นไอโฟนที่ทำให้สมาร์ทโฟนทุกตัวหน้าตาเมื่อปิดเครื่องเหมือนกันหมดจนกระทั่งทุกวันนี้) นั่นแปลว่าในบางกรณีที่เราไม่มีบารมีครอบครองในตลาดพอจะทำให้ทุกคนสนใจความเปลี่ยนแปลงได้มากนัก เราเองก็อาจจะไม่มีวันไปถึงคำว่า Game Changer ได้เลย อย่างไรก็ดีมีอีกคำที่เจ้าของกิจการสามารถใช้พูดถึงจุดเด่นที่สุดในสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของเราได้ และนั่นควรเป็นคำว่า Killing Feature มากกว่าเพราะเราสามารถอวดอ้างสรรพคุณของสินค้าเราได้ แต่ดูจะเป็นการเพ้อฝันเกินไปถ้าเราจะบอกว่าทั้งตลาดกำลังจับจ้องมาที่เรา เมื่อเราเป็นแค่อีกแบรนด์ที่เหมือนกับแบรนด์ข้างๆ ทุกอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์