7 สิ่งที่ต้องทบทวนก่อนไล่พนักงานสักคนออก

Photo belongs to Keoni Cabral

การไล่พนักงานออกนั้นนับว่าเป็นอีกสถานการณ์ที่น่าอึดอัด น่าลำบากใจ ความรู้สึกไม่ดีที่เกิดกับทุกฝ่าย และส่งผลหลายอย่างในองค์กรมากกว่าที่คิด ซึ่งหากเป็นไปได้ก็คงไม่มีใครอยากให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในองค์กรของตัวเองอย่างแน่นอน แต่ในฐานะเจ้าของบริษัทหรือผู้จัดการทีมแล้วนั้นก็ย่อมเลี่ยงไม่ได้ เพราะหลายต่อหลายครั้งที่เราพยายามเข้าหา และช่วยเหลือพนักงานที่ขาดประสิทธิภาพอย่างหนักจนไม่สามารถรับผิดชอบในหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมาย หรือตักเตือนแก้ไขนิสัยที่ไม่ดีของพวกเขาแล้วก็ยังไม่มีอะไรที่ดีขึ้นเลย ก็คงถึงเวลาที่จะทำในสิ่งที่แม้จะลำบากใจแต่ถึงอย่างไรก็ต้องตัดสินใจทำอย่างไม่มีทางเลือก แต่ก่อนที่จะลงดาบตัดสินใจอย่างเด็ดขาดนั้น ทาง Incquity นั้นมีประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจและอยากให้คิดซ้ำดูให้ดีก่อน ทั้งในแง่ของกฎหมายและด้านศีลธรรมในฐานะผู้ประกอบการแบบมืออาชีพก่อนที่จะดำเนินการ เพราะหากเกิดความผิดพลาดใดขึ้นมาแล้วอาจบานปลายเกิดเป็นคดีความใหญ่โต จนต้องเสียทั้งเงิน เวลา และชื่อเสียงไปเลยก็ได้ นี่จึงเป็น 7 คำถามที่เราควรถามตัวเองและหาคำตอบให้ดีก่อนว่าเราพร้อมที่จะไล่พนักงานออกแล้วจริงๆ หรือไม่

1. เราทำตามกฎของบริษัทแล้วหรือยัง?

หากธุรกิจของเรานั้นมีนโยบายและกฎระเบียบต่างๆ ในการไล่พนักงานออกอยู่แล้วก็ต้องมั่นใจว่าการดำเนินการของเรานั้นยังคงอยู่ภายใต้ข้อกฎหมายเหล่านี้อยู่และไม่ขัดกับเงื่อนไขข้อใดๆ ที่จะทำให้พนักงานที่ถูกไล่ออกนั้นจะนำมาอ้างในภายหลังได้ แต่หากเรายังไม่มีนโยบายและกฏระเบียบเหล่านี้อยู่ ก็คงถึงเวลาที่จะสร้างขึ้นมา ซึ่งข้อบังคับเหล่านี้ก็ต้องถูกกำหนดขึ้นมาให้ครอบคลุมกระบวนการต่างๆ อย่างชัดเจน ทั้งเหตุที่สามารถให้ไล่ออกได้ไปจนถึงเงินชดเชยต่างๆ อย่างละเอียด และแจ้งให้พนักงานทุกคนทราบ พร้อมทั้งควรมีการทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะปฏิบัติตามกฏระเบียบกันให้เรียบร้อยด้วย

2. เรามีความเท่าเทียมพอหรือไม่?

นอกจากการปฏิบัติตามกฏในหัวข้อข้างต้นแล้ว เรายังต้องมาคิดให้ดีอีกว่าในการไล่ออกพนักงานคนหนึ่งนั้นมีความยุติธรรมพอหรือไม่ เพราะหลายครั้งที่ผ่านมาก็เกิดมีการฟ้องร้องอันเกิดมาจากการกระทำผิดในแบบเดียวกันที่เกิดขึ้นกับพนักงานอีกคนแต่กลับไม่โดนโทษไล่ออกที่เท่าเทียมกัน ซึ่งหากเราไล่พนักงานคนนึงออกด้วยเหตุผลว่าการมาสายเกิน 3 ครั้งโดยที่ไม่แจ้งเหตุผลล่วงหน้าก็ต้องมั่นใจว่าพนักงานคนอื่นๆ ที่มาสายเหมือนกันจะต้องถูกไล่ออกไปด้วย ไม่เช่นนั้นก็ควรที่จะมีข้อมูลและเหตุผลมารองรับให้พร้อม ไม่เช่นนั้นแล้วปัญหาความลำเอียงเช่นนี้ก็จะกลับมาเล่นงานเราได้เหมือนกัน

3. เราปฏิบัติตามกฏหมายแรงงานหรือยัง?

ไม่เพียงแค่กฎในบริษัทเท่านั้นที่เราต้องปฎิบัติตามเมื่อจะไล่พนักงานออก แต่ยังต้องคำนึงถึงกฏหมายแรงงานด้วยว่ามีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง ทั้งในเรื่องระยะเวลาการบอกล่วงหน้า เงินชดเชยตามเวลา และเงื่อนอื่นๆ ที่เราสามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงแรงงาน www.mol.go.th ว่ามีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง เพราะหากเราเผลอไปไล่พนักงานออกเนื่องจากการลาป่วย หรือลาคลอดที่อยู่ในสิทธิของพนักงานแล้วเราก็อาจตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องตามมาก็ได้ ซึ่งในทางที่ดีนั้นก็ควรเลือกที่จะปรึกษาทนาย หรือแผนกบุคคลที่มีความรู้ในด้านจริงๆ ดีกว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ตามมาในภายหลัง

4. เรามีเอกสารหลักฐานที่พร้อมไหม?

จริงอยู่ที่การไล่ออกนั้นอาจจะไม่ต้องใช้เอกสารหลักฐานมายื่นเพื่อทำการไล่ออกอย่างเป็นทางการ แต่อย่างไรก็ตาม เอกสารเหล่านี้ก็จะเป็นหลักฐานชั้นดีสำหรับเหตุผลของการไล่ออก โดยเอกสารที่เก็บเหล่านี้อาจเป็นผลการประเมินงานในโปรเจ็คต่างๆ หรืองานต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงข้อมูลบทลงโทษต่างๆ ที่พนักงานเคยทำผิดกฏมาก็ควรถูกจัดเก็บในเอกสารหลักฐานเหล่านี้เป็นอย่างดี เพื่อพิสูจน์ว่าเราไม่ได้ไล่พนักงานคนนี้ออกด้วยเหตุผลที่ไม่เหมาะสม อย่างเรื่อง อายุที่มากเกิน ศาสนาและความเชื่อที่แตกต่าง เชื้อชาติ เพศ หรืออะไรก็ตามที่พนักงานสามารถเอามาอ้างเป็นสาเหตุที่ถูกไล่ออกในภายหลังได้

5. เราจะไล่พนักงานออกที่ไหนและเมื่อไร?

เมื่อไรก็ตามที่เราตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะไล่พนักงานออกแล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรทำเลยก็คือการไล่พนักงานออกผ่านทางโทรศัพท์ อย่างน้อยก็ควรเรียกเข้ามาพบและพูดคุยกันต่อหน้าเพื่อให้เกียรติกันบ้าง แต่หากห่วงเรื่องความปลอดภัยหรือกลัวว่าพนักงานคนนั้นๆ จะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ก็ควรที่จะหาใครสักคนเข้ามาอยู่ในห้องขณะที่แจ้งการไล่ออกด้วย ส่วนในเรื่องเวลาที่เหมาะสมนั้นหลายคนบอกกันว่าจะเป็นวันไหนในสัปดาห์อาจไม่สำคัญเท่ากับในช่วงเวลานั้นๆ อย่างเช่น เราไม่ควรไล่พนักงานออกก่อนหน้าช่วงเทศกาลปีใหม่เพียงไม่กี่วัน หรือเทศกาลหยุดยาวต่างๆ ก็จะทำให้พนักงานไม่มีความสุขกับช่วงเวลาที่ควรจะเป็นเวลาดีๆ เหล่านี้ แต่เชื่อเถอะว่าในความเป็นจริงแล้ว มันไม่มีวันหรือเวลาที่เหมาะสมในการแจ้งไล่ออกพนักงานหรอก เพราะไม่ว่าอย่างไรมันก็จะเป็นสถานการณ์ที่น่าอึดอัดและชวนให้รู้สึกแย่อยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นวันและเวลาใดก็ตาม

6. เราจะพูดอะไรกับพนักงานคนนั้นตอนที่เราไล่เขาออก?

เตรียมตัวและใจให้พร้อมกับสถานการณ์การเผชิญหน้าที่น่ากระอักกระอ่วนใจและพร้อมรับกับอารมณ์ต่างๆ ของพนักงานให้ดี ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์โศกเศร้า หรืออารมณ์โกรธต่างๆ ที่เราอาจต้องเผชิญ ซึ่งในทางที่ดีนั้นควรเตรียมพูดเอาไว้ก่อน และคำพูดเหล่านั้นจะต้องมีความชัดเจนไม่อ้อมค้อมไปมาด้วย โดยไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นนั้นควรมีสติ ยึดตามแผนที่เตรียมไว้ และแสดงความเป็นความมืออาชีพให้ได้มากที่สุด เพราะมันไม่ง่ายที่จะต้องเผชิญกับสภาพพนักงานที่ร้องไห้เสียใจ โมโหทำลายข้าวของต่อหน้าเรา หรือแม้แต่ข่มขู่จะทำร้ายเรา โดยสิ่งที่น่ากังวลกว่าการที่เราพูดอะไรไม่ออกนั้นก็คือการเผลอพูดอะไรก็ตามที่มีผลทางกฎหมายออกไปโดยไม่ทันระวังตัว

7. มีอะไรที่ต้องตามเก็บอีกบ้าง?

หลังจากผ่านช่วงที่หนักใจที่สุดของการไล่พนักงานออกแล้ว สิ่งต่อมาก็คือการตามเก็บสิ่งต่างๆ ตามกฎเกณฑ์ของบริษัทกำหนดไว้ ในด้านการเงินก็ อย่างเช่น เงินเดือนงวดสุดท้าย เงินชดเชยจากวันลาที่ไม่ได้ใช้ เงินสบทบต่างๆ เป็นต้น รวมไปถึงการนัดเข้ามาเซ็นสัญญาอื่นๆ เช่นการเก็บรักษาความลับบริษัท สัญญาเลิกจ้าง และเอกสารต่างๆ ที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยไปจนถึงการส่งคืนของอย่างคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค บัตรพนักงาน ชุดยูนิฟอร์ม ด้วย จากนั้นค่อยไปให้แผนก IT ดำเนินการลบ Email และการเข้าใช้งานของ User ในระบบต่างๆ ในองค์กรให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

 • • •

สุดท้ายแล้วการไล่ออกคงเป็นสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด แต่เมื่อเลี่ยงไม่ได้ก็ควรที่จะทำด้วยความสติและระมัดระวังเพื่อไม่ให้มีผลที่ตามมาในภายหลัง แต่อย่างไรก็ตามนอกจากการระวังข้อกฏหมายแล้ว สิ่งที่ควรทำก็คือการเห็นอกเห็นใจและให้เกียรติคนที่เราไล่ออกเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าที่ผ่านมานั้นเขาจะทำผิดพลาดจนโดนเราไล่ออกก็ตาม

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์