5 ทักษะที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นผู้นำ

"Management is doing things right; leadership is doing the right things." ~ Peter Drucker, photo belongs to Ding Yuin Shan

เมื่อทำงานมาถึงจุดหนึ่งที่กำลังก้าวสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นและต้องเริ่มเป็นผู้นำอย่างหัวหน้างาน ช่วงเวลาแบบนี้แทบทุกคนจะเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราพร้อมแล้วหรือยังสำหรับภาระหน้าที่นี้? เพราะการเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้นำอาจดูเป็นเรื่องง่ายๆ ที่มีหน้าที่แค่คอยสั่งงานให้คนอื่นทำ และคอยวัดผลประเมินงานเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว คุณสมบัติของผู้นำที่ดีต้องมีมากกว่านั้น เพราะต้องอาศัยความสามารถและทักษะบางอย่างที่ไม่อาจพบได้ในตำแหน่งงานทั่วไป

question mark

การจะขึ้นมาเป็นผู้นำได้ต้องอาศัยการฝึกฝนและประสบการณ์ที่สั่งสมมาประกอบเข้าด้วยกัน หัวข้อเหล่านี้เป็นเหมือนลิสต์สรุปรายการของลักษณะนิสัยที่ผู้นำควรได้ผ่านมาหรือเรียนรู้มาก่อน บางสิ่งอาจไม่มีสอนที่ไหน แต่ถ้าคุณไม่เคยรู้มาก่อน นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้รู้ตัวก่อน และเริ่มฝึกฝนตัวเองให้พร้อมสำหรับตำแหน่งในระดับที่ต้องทั้งทำงานของตัวเอง และต้องให้พลังคนอื่นในการทำงานในขณะเดียวกัน

1. สร้างวิสัยทัศน์ให้ตัวเอง

การเป็นผู้นำต้องอาศัยวิสัยทัศน์เป็นอย่างมากในการมองหาจุดมุ่งหมายขององค์กร มองภาพรวมต่างๆ ของธุรกิจ ไปจนถึงการมองหาโอกาสในความก้าวหน้า

วิสัยทัศน์นั้นคือภาพในใจของผลสุดท้ายที่เราหวังเอาไว้ การเป็นผู้นำต้องอาศัยวิสัยทัศน์เป็นอย่างมากในการมองหาจุดมุ่งหมายขององค์กร มองภาพรวมต่างๆ ของธุรกิจ ไปจนถึงการมองหาโอกาสในความก้าวหน้าอีกด้วย

องค์ประกอบที่ดีข้อหนึ่งของวิสัยทัศน์นั้นคือ ต้องเข้าใจได้ง่าย สอดคล้องกับคุณค่าหลักขององค์กร และต้องเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรทั้งหลายเช่น ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และพนักงานอีกด้วย โดยที่สำคัญวิสัยทัศน์เหล่านี้ต้องสามารถถ่ายทอดไปถึงผู้คนให้พวกเขาเข้าใจ และต้องดูยิ่งใหญ่มากพอที่จะทำให้คนเหล่านี้คล้อยตามเราได้อีกด้วย

อาจดูเหมือนเป็นเรื่องยากในขั้นตอนเริ่มต้นของการสร้างวิสัยทัศน์ขึ้นมา แต่เราสามารถเริ่มต้นได้จากการถ่ายทอดความคิดของผลลัพธ์สุดท้ายออกมา ไม่ว่าจะเป็นการเขียน การพูด หรือใช้รูปภาพเข้าช่วยตามที่เราต้องการ ก่อนที่จะนำมาปรุงแต่งให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น

วิสัยทัศน์เหล่านี้ต้องอยู่ในความคิดของผู้นำในทุกๆ เวลาเพื่อย้ำเตือนว่าเรากำลังทำอะไรเพื่อให้ไปถึงจุดหมายนั้น โดยวิสัยทัศน์นั้นสมควรปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางอย่างได้บ้าง ตามโอกาสและสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป

2. หลงใหลในงานที่ทำ

ความหลงใหลในงานที่ทำนี้จะกลายเป็นเหตุผลในการสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกน้องนั้นมีไฟและสนุกไปกับงานที่ทำอยู่ทุกๆ วัน

สิ่งนี้คือแรงกระตุ้นอันทรงพลังที่ทำให้คนมีแรงใจในการทำงานมากขึ้น ลองนึกถึงคนอย่าง Mark Zuckerburg ที่ทุ่มเททุกๆ อย่างให้กับ Facebook อย่างเต็มที่ และนึกถึง Facebook อยู่แทบตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไร และไม่ต้องสงสัยเลยว่าความหลงใหลมากมายนี้เองที่ผลักดันให้เขาและคนในองค์กรประสบความสำเร็จในการสร้าง Facebook ขึ้นมาได้

อีกประโยชน์ของการหลงใหลในสิ่งที่ทำ คือมุมมองในการทำงานของเราจะแตกต่างจากเดิมออกไป จากการมองเห็นปัญหาของงานก็จะมองเห็นเป็นได้ทั้งโอกาส หรือความท้าทายที่จะต้องผ่านไปให้ได้ และความหลงใหลในงานนี้ยังเหมือนโรคติดต่อที่แพร่หากันได้หากเริ่มจากเจ้านายที่ “เชื่อ” ในสิ่งที่เรากำลังมุ่งไปอย่างหมดหัวใจเสียก่อน ความหลงใหลที่มีนี้จะกลายเป็นเหตุผลในการสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกน้องที่ติดตามมานั้นมีไฟและสนุกไปกับงานที่ทำอยู่ทุกๆ วันได้จริงๆ

3. ความสามารถในการตัดสินใจ

decisionเมื่อต้องเป็นผู้นำทีม อำนาจการตัดสินใจหลายๆ อย่างย่อมต้องมาอยู่ในมือโดยปริยาย ในหลายๆ ครั้งที่เราจะต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินในเรื่องต่างๆ ที่อาจต้องวิเคราะห์ทั้งเรื่องเวลาและต้นทุนที่ต้องใช้ก่อนที่จะตัดสินใจว่าต้องทำอะไรต่อไป ฝึกเบื้องต้นได้ด้วยการลิสต์ข้อดีและข้อเสียของแต่ละทางเลือกออกมา เพื่อชั่งน้ำหนักดูว่าแบบไหนเป็นทางออกที่ดีกว่า หรืออาจหาข้อมูลทางสถิติต่างๆ มาช่วยในการตัดสินใจ เพราะการตัดสินใจในแทบทุกเรื่องล้วนต้องอิงข้อมูลประกอบเพื่อช่วยให้การตัดสินใจมีความแม่นยำมากขึ้น

แม้ว่าอำนาจการตัดสินใจจะอยู่ที่เรา แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ฟังความคิดของผู้อื่นเลย

และแม้ว่าอำนาจการตัดสินใจจะอยู่ที่เรา แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ฟังความคิดของผู้อื่นเลย เพราะในความเป็นจริงเราก็ไม่สามารถมองเห็นทุกด้านได้ครบถ้วนเสมอไป พนักงานบางคนอาจรู้เรื่องเฉพาะทางในสิ่งที่เขาทำอยู่ดีกว่าเรามาก ความสามารถในการรับฟังคนอื่นเพื่อประกอบการตัดสินใจจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

แต่อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนั้นก็ยังคงต้องเกิดที่หัวหน้า ที่ต้องอาศัยข้อมูลทุกๆ อย่างข้างต้นมาประมวลเข้าด้วยกันอยู่ดี

4. มีทักษะในการสร้างทีม

ต้องมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ว่าใคร ทำอะไร รับผิดชอบส่วนไหน เพื่อไม่ให้งานเกิดความบกพร่องหรือมีส่วนที่ทับซ้อนกัน

ในการทำงานเป็นทีมนั้น ลูกทีมจะเป็นตัวบ่งบอกว่าเราเป็นหัวหน้าที่ดีเพียงใด ซึ่งการสร้างทีมนั้นอันดับแรกที่ควรทำคือการเตรียมลูกทีมให้พร้อมก่อน ในที่นี้คือการเลือกบุคลากรที่มีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งและหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยในแต่ละหน้าที่ต้องมีการแบ่งกันอย่างชัดเจน ว่าใคร ทำอะไร รับผิดชอบส่วนไหน เพื่อไม่ให้งานเกิดความบกพร่องหรือมีส่วนที่ทับซ้อนกัน

เมื่อมีทีมแล้วสิ่งต่อไปที่ควรทำคือการพัฒนาทีมเพื่อให้เดินไปให้ถึงจุดหมายเดียวกันได้ คอยสอดส่องดูแลลูกทีมว่ามีลูกทีมคนไหนที่ยังขาดความสามารถการทำงานในส่วนไหนไป ก็ควรพัฒนาในจุดนั้น อย่างเช่น การส่งเข้าคอร์สอบรมทักษะการบริหาร หรือทักษะผุ้นำ สำหรับบุคคลที่เราให้ทำหน้าที่ประสานงานในทีม เพื่อให้สามารถเป็นตัวแทนของเราได้ในกรณีที่เรามีติดธุระ

หัวหน้าทีมที่ดีนั้นต้องมีบุคลิกและการวางตัวที่ดีกับลูกทีม การสร้างบรรยากาศที่เป็นกันเองในการทำงาน พร้อมคอยให้ความช่วยเหลือในหลายๆ ด้านหากพวกเขามีปัญหาที่ไม่สามารถแก้กันเองได้ หรือให้พวกเขาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในโอกาสสำคัญต่างๆ ก็จะทำให้พวกเขาเห็นคุณค่าของตัวเองและมีความสุขกับการทำงานกับเรามากขึ้น ซึ่งมักจะส่งผลให้งานทั้งหลายและภาพรวมต่างๆ ในองค์กรออกมาดีขึ้นได้เช่นกัน

5. ทักษะการบริหารเวลา

เมื่อสถานะการทำงานยิ่งสูงขึ้น แน่นอนว่าความรับผิดชอบในหน้าที่การงานย่อมเพิ่มขึ้นตาม ถ้าหากเราบริหารเวลาไม่เป็นแล้ว การทำงานทั้งหลายคงวุ่นวายและยุ่งยากขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งทักษะการบริหารเวลานั้นเราเริ่มต้นได้ง่ายๆ โดยพึ่ง Action Plan

Action Plan ถือเป็นอีกเครื่องมือที่ใช้ง่ายๆ และได้ผลดีสำหรับการวางแผนธุรกิจต่างๆ โดยแกนตั้งของแถวแรกจะใส่ว่ามีกระบวนการใดที่ต้องทำบ้างในแต่ละปี หรือในแต่ละโปรเจ็ค ส่วนแกนนอนจะใส่ระยะเวลาของกระบวนการแต่ละอย่างไว้ว่ามีระยะเวลาเริ่มและระยะเวลาสิ้นสุดเมื่อไร เมื่อทำเสร็จแล้วเราสามารถใช้ตารางนี้บริหารเวลาได้ว่างานส่วนใดที่ต้องทำให้เสร็จก่อนหรือหลัง เพื่อที่จะได้วางแผนบริหารเวลาและปริมาณคนให้ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

• • •

ทักษะหลายๆ อย่างของการเป็นนำอาจไม่ได้เกิดขึ้นมาเอง แต่อยู่ที่การหมั่นฝึกฝนและอาศํยประสบการณ์การทำงานที่มากพอ ทักษะผู้นำเหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องหมั่นเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าโอกาสที่เราจะได้เป็นผู้นำนั้นจะมาถึงเมื่อไร การเตรียมพร้อมไว้จะช่วยเพิ่มโอกาสและทำให้เมื่อถึงเวลานั้นขึ้นมาจริงๆ เราจะได้ดำเนินงานได้อย่างไม่มีปัญหามาคอยกวนใจอีกต่อไป

 

photos belong to anieto2k and Julia Manzerova

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์