5 เรื่องที่คุณเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Networking

Photo belongs to Eugene Kim

พูดถึง Networking หลายๆคนมีความรู้สึกค่อนข้างลบกับ คำๆนี้ บ้างก็นึกถึงประสบการณ์แย่ๆ ของคนใกล้ตัวที่พยายามมาตีสนิท แล้วขายของ หรือให้ร่วมกลุ่มอะไรที่ทำให้ลำบากใจ 

บางคนถึงกับบอกตัวเองว่าฉันจะไม่เป็นอย่างนั้น ไม่ทำอย่างนั้นกับใครเด็ดขาด

สิ่งหนึ่งที่ควรรู้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้การสร้าง network มีความสำคัญต่อการทำธุรกิจ หรือการทำงานของเราคือ

เราเลือกทำธุรกิจ หรือร่วมงานกับคนที่ตัวเองชอบ หรือถูกชะตาด้วย 

นั่นแปลว่าทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ หรือพนักงานบริษัทก็จะได้รับประโยชน์จากการรู้จัก มี network และ connection ที่ครอบคลุมและเข้มแข็ง

ลองนึกดู ถ้ามีคน 2 คนที่มีคุณสมบัติเหมือนกันทุกอย่าง ลูกค้า/หัวหน้า/ผู้บริหาร ถูกชะตากับคนไหนมากกว่า คนนั้นก็มีโอกาสทางการงานและธุรกิจมากกว่าด้วย

และการจะถูกชะตาหรือชอบใครมากกว่า ย่อมมาจากการรู้จัก และมีความสัมพันธ์ที่ดีมาก่อน (ยกเว้นออร่ามาแรง ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นก็เป็นอีกเรื่อง)

จากที่สังเกตคนรอบตัว มี 5 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการ Networking 

1. Networking ไม่เห็นจะจำเป็นตรงไหน

“ฉันทำงานดีเต็มที่ ให้หัวหน้าเห็นก็พอแล้ว” “งานฉันยุ่งมาก ไม่มีเวลาไปทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอก” “ธุรกิจเพิ่งตั้ง ไม่มีใครอยากรู้จักฉันหรอก” เป็นตัวอย่างประโยคของคนที่ไม่สนใจและไม่เห็นความสำคัญ ซึ่งอาจทำให้พลาดโอกาสพบลูกค้าใหม่ partner ใหม่ในการขยายธุรกิจ หรือบริษัทที่กำลังมองหาคนในตำแหน่งที่เรากำลังมองหา โอกาสดีๆส่วนมากจะผ่านการบอกต่อกับคนที่รู้จัก หรือสนิท ไม่ใช่การประกาศหาในหนังสือพิมพ์ หรือเวปไซต์ทั่วไป

2. ฉันไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า คงทำไม่ได้หรอก  

จริงอยู่ว่าคนที่เปิดเผย เข้ากับคนอื่นง่าย จะได้เปรียบในการทำความรู้จักคนใหม่ แต่ข่าวดีคือ Networking เป็นทักษะที่สามารถฝึกได้ และคนที่ฝึกบ่อยๆ สามารถทำได้ดีกว่าคนที่เหมือนจะเข้ากับคนง่ายด้วยซ้ำ เพราะเราฝึก networking แบบมีกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่คุยแล้วจบกัน ไม่สามารถต่อยอดได้

3. Networking คือการใส่หน้ากาก

หนึ่งในความเข้าใจผิดใหญ่ของการ networking คือ ทุกคนต้องใส่หน้ากาก พูดคุยแต่เรื่องฉาบฉวย ไม่จริงใจต่อกัน ในความจริงแล้ว ถ้าเราต้องการสร้าง network หรือความสัมพันธ์ที่ดี ต้องแสดงออกถึงความจริงใจ เพราะเป็นวิธีเดียวที่จะสร้างความไว้วางใจ และอยากสานสัมพันธ์ต่อ

4. Networking ก็แค่การสะสมนามบัตร

การ networking ที่ดีไม่ใช่เกมแข่งกันสะสมนามบัตร ใครแลกนามบัตรได้มากกว่าชนะ แต่เป็นเรื่องของคุณภาพมากกว่าปริมาณของความสัมพันธ์ที่ได้ การได้รู้จักคนใหม่แค่ 2-3 คน แต่สามารถสร้างความไว้ใจ และติดต่อกันภายหลัง ย่อมดีกว่าได้นามบัตรมา 30 ใบ แต่จำไม่ได้ว่าคือใคร สุดท้ายก็ทิ้งไว้ในกล่องเก็บนามบัตรอย่างไร้ประโยชน์ 

5. จุดประสงค์ของ Networking ก็เพื่อหาผลประโยชน์

สิ่งสุดท้ายที่คนเข้าใจผิดอย่างมากเกี่ยวกับการสร้าง Networking คือคิดว่า Networking เท่ากับ เรื่องผลประโยชน์ ถ้าคนไหนไม่มีประโยชน์กับฉัน ฉันก็จะไม่คุยไม่ยุ่งด้วย พลานจินตนาการไปว่าทุกคนที่ไปงานพวกนี้เป็นเสือคอยล่าเหยื่อ หาผลประโยชน์จากคนที่เพิ่งรู้จัก แน่นอนคนแบบนี้ก็มีอยู่ในงาน แต่เป็น mindset ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ เพราะคนเดี๋ยวนี้ฉลาด มองออกว่าใครเข้ามาเพียงเพื่อต้องการผลประโยชน์ก็จะหาทางหนี 

การรู้จักคนใหม่ เป็นเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี สนใจในตัวตนและสิ่งที่เขาทำ และสร้างคุณค่าให้กับเขา หรือพูดง่ายๆว่าทำตัวให้มีประโยชน์กับคนอื่น โดยไม่ต้องหวังผลตอบแทน (อย่างน้อยในระยะสั้น) ถ้าคุณสร้างคุณค่าให้คนอื่นมากพอ เมื่อถึงเวลาคุณก็จะได้รับผลประโยชน์จากความสัมพันธ์นั้นโดยไม่ต้องทวงเลย

ดังสุภาษิตจีนที่ว่า จงขุดบ่อ ก่อนจะหิวน้ำ

ความสัมพันธ์ต้องใช้เวลาในการเพาะบ่ม อย่ารอเมื่อสายเกินไปเพราะความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับ Networking นะครับ

 

 

ชัชพล ยังวิริยะกุล หนุ่มวิศวกรหนุ่มนักบริหาร อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลสวีเดน ที่เคยบริหารโครงการและสายการผลิตในโรงงาน ก่อนจะมาหลงรักเรื่องที่การพัฒนาคนในองค์กร ปัจจุบันทำงานอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ในส่วน Regional Learning ของบริษัทข้ามชาติจากเยอรมนี มีทั้งประสบการณ์การบริหาร และเป็นวิทยากรฝึกอบรมให้กับองค์กรต่างๆ มากมาย ติดตามงานเขียนเพิ่มเติมได้ที่ www.chutchapol.com ซึ่งสามารถสมัครรับข้อคิดสั้นๆทุกสัปดาห์ สนใจ!

หรือตามกันได้ทาง Facebook และ Twitter

Website: www.chutchapol.comFacebook Page: /ChutchapolYoungwiriyakul  | Twitter: @Chutchapol

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์