4 เหตุผลทำไมเราไม่ควรหยุดเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

Photo belongs to Brandon Clement

การเรียนรู้เป็นนับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต คงไม่มีใครที่จะรู้สิ่งเดิมๆ ทำสิ่งเดิมๆ  อยู่ตลอดเวลา เพราะเมื่อเวลาผ่านไปก็ย่อมมีทักษะหรือเทคนิคใหม่ๆ ให้เราสามารถเรียนรู้เพื่อนำมาปรับใช้ในการทำงานและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งถ้าสังเกตดูดีจะพบว่าบรรดานักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในโลกนั้นก็ไม่เคยที่จะหยุดเรียนรู้เช่นกัน เหมือนอย่าง วอร์เรน บัฟเฟต  นักลงทุนชื่อดังที่แม้จะร่ำรวยขนาดไหนก็ยังใช้เวลาส่วนมากในแต่ละวันไปกับการอ่านหนังสือเพื่อหาอะไรใหม่ๆ มาเติมสมองอยู่บ่อยครั้ง และที่สำคัญนั้นคนกลุ่มนี้มักไม่แสดงตัวว่าตัวเองเป็นผู้รู้ในทุกเรื่อง เพราะพวกเขาเข้าใจเป็นอย่างดีว่ายังมีอะไรอีกหลายสิ่งให้พวกเขาได้เรียนรู้อยู่ตลอดชีวิต  ในปัจจุบันมีหลายองค์กรที่ต่างก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวเองของพนักงานอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่ระดับล่างจนถึงระดับผู้บริหารก็ต้องโปรแกรมการพัฒนาตัวเองให้กับพนักงานทุกคน เพื่อให้พนักงานเหล่านี้ได้โอกาสพัฒนาฝีมือและสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็นับว่าเป็นแนวคิดที่ได้ผลประโยชน์ทั้งตัวบริษัทเองและตัวพนักงานด้วย แต่หากเรานั้นยังไม่มีแรงจูงใจมากพอในการพัฒนาตัวเองแล้ว ทาง Incquity ขอยก 4 เหตุผลที่จะทำให้เรามีไฟในการพัฒนาตัวเองขึ้นมาบ้าง

1.          การเรียนรู้ช่วยให้เรามีความสุขขึ้น

ขึ้นชื่อว่าการ “เรียน” นั้นอาจฟังดูน่าเบื่อและน่าปวดหัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการต้องเรียนรู้กับสิ่งที่ต้องใช้พลังงานสมองมากๆ หรือเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน อย่างเช่น การลองไปเขียนโค้ดซอฟท์แวร์เพื่อสร้างแอพลิเคชั่นเพื่อช่วยให้การทำงานในองค์กรเป็นไปได้ง่ายขึ้นโดยที่ไม่ต้องเสียเงินจ้าง เป็นต้น ก็จริงอยู่ที่ว่าการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ เหล่านี้อาจดูยาก แต่รับรองได้ว่าคงไม่มีอะไรเกินความสามารถของเราเป็นแน่ และยิ่งถ้าเราทำได้ เราก็จะยิ่งรู้สึกดีและภูมิใจไปกับสิ่งที่ทำได้เป็นอย่างมาก เสมือนกับการที่เราทำลายสถิติของตัวเองได้เวลาเล่นกีฬาหรือเล่นเกมส์ต่างๆ เพราะมีผลการศึกษาที่ออกมาแล้วว่ายิ่งเราตั้งเป้าหมายตัวเองไว้สูงแค่ไหน เมื่อทำสำเร็จแล้วก็จะยิ่งมีระดับความสำเร็จที่สูงขึ้นมากเท่านั้น

แต่หากเราไปเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่เอาดื้อๆ แล้วทำไม่ได้ก็อาจจะหมดกำลังใจไปตั้งแต่ต้นอย่างแน่นอน ดังนั้นก่อนที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ลองตั้งเป้าหมายปลายทางสุดท้ายให้เรียบร้อยว่าสุดท้ายแล้วผลที่เราอยากได้คืออะไร พร้อมทั้งกำหนดเวลาที่จะไปถึงเป้าหมายเพื่อเป็นการบังคับตัวเองไปในตัว อย่างเช่น หากเราตั้งเป้าว่าจะเรียนรู้ภาษาจีน อาจมีเป้าหมายไว้ว่าภายในหนึ่งปี เราจะสามารถ ฟัง พูด อ่าน เขียน ประโยคหรือคำศัพท์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันเบื้องต้นได้ ก่อนที่แตกออกมาเป็นเป้าหมายย่อยๆ ในรายเดือน หรือราย 2-3 เดือนว่าเราต้องทำอะไร และประเมินตัวเองเมื่อถึงเวลาเราจะทำสำเร็จหรือไม่ โดยหากเราพิจารณาแล้วว่าการเรียนรู้ด้วยตัวเองอาจดูยากเกินไปและทำให้เราถอดใจไปเสียก่อน ก็อาจใช้วิธีลงทุนไปเรียนเพื่อเป็นการบังคับตัวเองเพื่อให้การเรียนรู้ในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นกว่าเดิมก็ได้เช่นกัน เป็นต้น

2.          การเรียนรู้ทำให้ไม่มีใครแทนที่เราได้

ในการทำงานที่อาจมีการแข่งขันที่สูง หากพนักงานแต่ละคนมีความสามารถในระดับที่ใกล้เคียงกันแล้วนั้น แน่นอนว่าสักวันนึงอาจมีใครขึ้นมาแทนที่ใครสักคนก็ย่อมเป็นไปได้ การทำแต่ในสิ่งที่คนอื่นทำได้ ถือเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งในการทำงานเลยก็ว่าได้ เพราะหากวันหนึ่งถ้าค่าตัวเราสูงขึ้นจนบริษัทไม่พร้อมจะจ่ายแล้ว พวกเขาอาจเลือกเด็กใหม่ที่มีความสามารถใกล้เคียงกันและพร้อมเรียนรู้งานมาแทนที่เราได้เสมอ ดังนั้นการหมั่นฝึกฝนทักษะและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มาปรับใช้ในการทำงาน จะทำให้เรามีความสามารถพิเศษที่เหนือกว่าคนอื่นๆ จนไม่มีใครที่จะมาแทนที่ในงานของเราได้อย่างลงตัว อย่างเช่น หากเราเป็นพนักงานขาย ซึ่งเราก็ทำเป็นแค่การขาย ก็อาจเป็นทักษะที่น้อยเกินไป แต่หากเราเรียนรู้ที่จะขาย ทำการตลาดได้ หรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้แล้ว เราก็จะกลายเป็นบุคคลสำคัญในองค์กรที่แทนที่ได้ยากในทันที

3.          การเรียนรู้ทำให้เรารู้จักถ่อมตัว

การที่เรากระหายที่จะเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ตลอดเวลา จะทำให้เรารู้จักรับฟังและถ่อมตัวมากขึ้น เพราะมันเป็นการที่เราทำตัวไม่รู้และไม่โอ้อวดตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะนำมาซึ่งคนที่อยากเข้ามาคุยกับเรามากขึ้น โดยสิ่งหนึ่งที่ผู้ที่สนใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ควรรำลึกไว้ ก็คือในแต่ละครั้งที่เราได้มีโอกาสพูดคุยกับใครนั่นหมายถึงโอกาสที่จะได้เรียนรู้อะไรบางอย่างไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่เราสนใจหรือไม่ก็ตาม แต่เราก็ไม่มีทางตอบได้อย่างเต็มปากว่าในอนาคตเราจะนำสิ่งที่ได้เรียนรู้นี้ไปใช้ต่อหรือไม่ ทำให้การเปิดใจรับฟังสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ชั้นดีที่จะทำให้เราพัฒนาตัวเองได้มากขึ้นเช่นกัน

4.          การเรียนรู้ทำให้เราเป็นผู้สอนที่ดี

สิ่งที่ดีที่สุดที่เราได้จากการเรียนรู้นั้นก็คือการบอกต่อในสิ่งทีเราได้เรียนรู้มา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ดีในการเป็นผู้นำที่จะปลูกฝังการเรียนรู้ให้วัฒนธรรมอย่างหนึ่งไปสู่บรรดาพนักงานคนอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการฝึกฝนในพนักงานให้พัฒนาทักษะและความสามารถให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และยิ่งแต่ละคนได้ฝึกเรียนรู้และถ่ายทอดกันเองได้มากเท่าไรก็จะยิ่งทำให้องค์กรมีความแข็งแกร่งมากขึ้น แม้ว่าจะขาดใครสักคนไปก็ยังสามารถมีคนขึ้นมารับผิดชอบในส่วนนั้นแทนได้โดยที่ไม่ติดขัด

• • •

จริงๆ แล้วการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด จะมีแต่เราที่หยุดด้วยตัวเองก็เท่านั้น จากทั้ง 4 ข้อที่ผ่านมายังเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเหตุผลของการเรียนรู้ ยังมีประโยชน์ของการเรียนรู้อีกมากมายที่หลายคนพบเจอ ลองเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตั้งแต่วันนี้แล้วเราจะค้นพบว่าชีวิตในการทำงานและการพัฒนาตัวเองจะดีขึ้นอย่างไรบ้าง

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์